การทำงานอย่างมีแบบแผน
posted on 19 Aug 2006 11:04 by nike in Othersอนึ่ง หัวข้อวันนี้ มิได้มีเจตนาจะกระทบผู้ใด แต่จัดทำขึ้นมาเพื่อเป็นแนวทางการทำงานของตัวผมเอง โดยอาศัยประสบการณ์ ที่ได้พบมาจากที่ต่าง ๆ หากปัญหาที่ยกมาข้างต้น ไปพ้องกับบริษัทใด หรือทีมงานใด กระผมมิได้ตั้งใจให้หมายถึงใครนะครับ
จู่ ๆ ก็ออกตัวมาขนาดนี้ ก็เพียงอยากนำเสนอรูปแบบการทำงานแบบไหนให้ มีปัญหาน้อยที่สุดน่ะครับ

ปกติเวลาที่ผมทำงาน มักจะแบ่งลักษณะงานไว้ 2 แบบ คือแบบเล็ก ๆ ทำเองภายในกลุ่มตัวเอง กับแบบที่สอง ก็คือ ทำงานใหญ่ที่ต้องมีการประสานงานกับผู้อื่น ซึ่งภาพโดยรวมของปัญหาที่พบกันในการทำงานทั้ง 2 แบบ นั้น ได้แก่ "ความไม่เข้าใจกันระหว่างผู้ทำงาน" ซึ่งถือเป็นปัญหาคลาสสิคเลยทีเดียวครับ
ในลักษณะงานแบบเล็กๆ กลุ่มเล็ก ๆ ที่ผมมักพบปัญหาเวลาทำงานนั้น ก็คงไม่พ้นเรื่อง นินทา กาเล เท แกลบ ซึ่งมันแสบเหมือนเอาตูด ไปครูดหิน นั่นแหละครับ ถามว่า การทำงานโดยไม่มีคำว่า "นินทา" นั้น เป็นไปได้หรือเปล่า ก็ต้องตอบว่า ไม่มีทาง เพียงแต่ ระดับของการนินทานั้น จะเบา ๆ แบบซอฟท์ร็อค หรือ ฮาร์ดคอร์ เท่านั้นมากกว่า
ผลกระทบของความไม่เข้าใจกัน จนเกิดการนินทานั้น อาจส่งผลตั้งแต่เบาสุด คือ มองหน้ากันไม่สนิท ไปจนถึงขั้นแตกหัก ก็คือ มีเอ็งก็ต้องไม่มีกู ได้ทีเดียวเลยนะครับ ซึ่งปัญหาส่วนตัวมันจะส่งผลมากระทบถึงส่วนรวมทันที ถ้าหากว่า เจ้าคนที่มีปัญหานั้น เป็นตัวดำเนินงานที่ "ออกจะสำคัญ" ของระบบงานของเรา
ถ้าคุณเป็นหัวหน้า วิธีการแก้ปัญหา ที่มักจะพบ ก็คือ "ช่างมัน ไปสนใจมันมาก เดี๋ยวไปกันใหญ่" ซึ่งเป็นวิธีการที่ถือว่า ได้ผลดีในระดับหนึ่งนะครับ แต่ก็ไม่ใช่วิธีการที่ดีที่สุด เพราะ ปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ๆ ยังไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด เพราะมันเป็นเพียงการมองข้ามปัญหาสำคัญที่เป็นสาเหตุของมันเสียมากกว่า ในระยะยาวแล้ว รับประกันได้ว่า มันจะกลับมาอีกครั้ง ในผู้ร่วมงานคนถัดไป...
ในแบบการทำงานที่จะต้องประสานงานกับทีมงานอื่น ๆ นี่ก็มักพบปัญหาในรูปแบบคล้ายกัน เพียงแต่ส่งผลกระทบมากกว่า ซึ่งปัญหาที่ว่านั่นก็คือ การให้งานไม่เลือกวิธีการ ผมให้งาน คุณต้องส่งให้ผมได้ ตามเวลาที่ผมสั่ง แต่พอมีการส่งงานที่ทำให้ตามเงื่อนไขแล้ว ทางทีมงานเรากลับไม่ได้ให้ความสำคัญกับมันเหมือนตอนที่สั่งงานแต่อย่างใด นั่นแหละครับปัญหา ครั้งหน้าก็คุยกันไม่ถูกคอแน่ ๆ ครับ

อย่างที่กล่าวในข้างต้นว่าทั้ง 2 แบบนั้น เกิดจากความไม่เข้าใจในการทำงาน ซึ่งขออธิบายแนวทางการแก้ไขและการป้องกัน ... ไม่ใช่สินะครับ ต้องบอกว่า การป้องกันและแก้ไข เพื่อให้ปัญหาดังกล่าว ทุเลาเบาบางลงบ้าง และไม่ทำให้เราต้องเสียในสิ่งที่ไม่น่าจะเสียนะครับ
การป้องกันที่น่าจะดีที่สุดในเรื่องนี้ ก็คือ การวางแผนการทำงานครับ ง่าย ๆ แต่ทำยาก ที่ผมพบมากับตัวเองตอนทำงานนั้น เวลาที่ทีมงานไม่ได้มีการวางแผนงาน มันทำให้ขาดกำลังใจในการทำงานไประดับหนึ่งแล้วครับ จากทีมที่มีคนแข็งแกร่ง มันจะกลายเป็น ทีมที่มีแต่ความระแวง "กูต้องทำแบบนี้ แบบนั้น แบบโน้นรึวะ แล้วมึงล่ะ กูไม่เห็นมึงทำอะไรเลย เอาแต่ สั่ง ๆ ๆ ๆ "
ใช่ครับ นินทามาแล้วไง... จริง ๆ แล้ววางแผนการทำงานเสร็จมันก็ต้องประชุมนะครับ ไม่ใช่วางแผนเสร็จแล้วก็โยนงาน "เอ้า เอ็งเอาไปทำ" ถ้าแบบนี้รับรองครับ จะเหลือแต่ เทวดาอยู่ในทีมแน่ ๆ (หมายความง่าย ๆ คนธรรมดาที่ไหนจะอยู่กับคุณ) เวลาประชุม พยายามผลักดันนโยบายของงานชิ้นนั้น ๆ ให้ได้โดยสวัสดิภาพนะครับ แนวทางการประชุมนั้น แบบที่ล้มเหลวมากที่สุดนั้น ก็คือ ....
หัวหน้า "ผมมีงานใหญ่มาให้พวกเราทำ งานนี้สุดยอด พวกเราต้องทำสำเร็จ ผมขอเสนอให้เราทำ 1 2 3.... ดีไหมครับ พวกเราคิดว่าอย่างไร"
ขึ้นต้นนี่ท่าทางจะไปได้สวยนะครับ ....
ลูกน้อง1 "ผมคิดว่า เราน่าจะทำทำแบบนี้นะครับ งานจะได้สะดวก"
ลูกน้อง2 "ผมเสนอให้เรามี 1 2 3 ด้วยนะครับ เพราะเรายังไม่มีข้อมูลตัวนี้เลย"
หัวหน้า " OK งั้นผมขอยืนยันให้คุณทำตามที่ผมบอกไปก็แล้วกัน เส้นตายสิ้นเดือน ปิดประชุม"
จบเห่.... แล้วจะถามเขาไปทำไมครับ ท่านหัวหน้า...
มาถึงตรงนี้ คงมีคนเริ่มสงสัยแล้วสินะครับ ว่า หัวหน้าแบบนี้ไม่มีหรอก มั่ว.. อ๊ะ ๆ มีสิครับ มีจริง ๆ แล้วก็มีทุกที่ บางที คุณนั่นแหละที่ทำแบบนี้บ่อยครั้ง เพราะคิดว่าสิ่งที่ตัวเองคิดน่าจะดีที่สุดแล้ว แบบนี้จะประชุมไปทำไมล่ะครับ รับเทวดามาทำงานไปน่าจะสะดวกกว่านะครับ คนธรรมดาที่ไหนจะสามารถยอมรับงานจากหัวหน้าแบบนี้ได้... สุดท้ายก็นินทา....
กับแบบที่ต้องประสานงานกับข้างนอกล่ะ ? การวางแผนมันสำคัญเช่นไร บางท่านมองข้ามเรื่องนี้ไป โดยให้ความสำคัญกับส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบก่อนที่จะประสานงานกับทีมงานอื่น ๆ มาดูตัวอย่างเล็กน้อยซักประโยค 2 ประโยคนะครับ
"พี่ ๆ ผมอยากให้พี่ทำสายฟ้าผ่าใส่โลโก้บริษัทผมแบบแตกกระจายสวย ๆ สักชิ้นได้ไหมครับ ? อ่า ขอเย็นนี้เลยได้ไหมครับ"
ไอ้แบบนี้ จะทำสายฟ้าฟาดใส่โลโก้บริษัทเลยนะ แล้วเอาฉากหลังแบบไหนล่ะเนี่ย เอากี่เฟรม แล้ว มีงบประมาณเท่าไหร่ เอ็งจะเอาเย็นนี้ แล้วกูจะทำทันได้ไงวะ?
"พี่ ๆ งานของผมอยากให้พี่ช่วยถ่ายภาพนางแบบ ขอ ทาทา เลยนะครับ เอาแบบสวย ๆ เลย หนังสือผมจะเปิดตัวแล้วครับ เอ๋ ก็เอาสวย ๆ ไงพี่ .. หา ? อ๋อ หนังสือผมกำลังคิดเนื้อหาอยู่เลยครับ แต่อยากได้ปกก่อน ..."
กรณีนี้.... น้องไปคิดให้เสร็จก่อนแล้วมาคุยกับพี่ไม่ดีกว่ารึวะครับ...
มาถึงตรงนี้ บางคนแอบยิ้มในใจ.. นั่นแหละหัวหน้ากู... นั่นแหละกูเลย หรือ.. เจอประจำเลยว่ะ
ป้องกันง่าย ๆ ครับ ไปทำไอ้แบบวางแผนในทีมให้เสร็จก่อน แล้วก็จัดทำเอกสารสำหรับส่งให้ทีมอื่น ๆ เขาเอาไปทำงานส่งคุณ "เสียแต่เนิ่น ๆ" มันก็ช่วยได้มาก ๆ แล้ว...
ป้องกันมาครบ แล้ว สำหรับที่ต้องแก้ไขกับสิ่งที่ทีมงานคุณเผชิญอยู่ล่ะ เราจะทำอย่างไรกันดี ?
แก้ไขสิ่งที่ 1 ก็คือ ทัศนคติของตัวเองครับ ยอมรับที่จะฟัง และคิด ดัดแปลง เปลี่ยนแผนที่คุณคิดว่ามันดีแล้ว ให้เหมาะกับทีม และพยายามรวบยอด จ่ายงาน ตอนประชุมนั่นแหละครับ คุยกันให้เคลียร์ ใครทำอะไร ต้องการผลแบบไหน ได้หรือไม่ได้ และกำหนดตัวผู้รับผิดชอบประสานงานให้ลุล่วง (โปรดิวเซอร์) ซึ่งอาจเป็นตัวคุณเองก็ได้ ถ้าคุณคิดว่าทำได้... เท่านี้แหละ
แก้สิ่งที่ 2 จงระลึกไว้เสมอว่า ทุกคนทำงานย่อมมีข้อจำกัด การสอบถามก่อนแจกจ่ายงาน ย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด พยายามเปลี่ยนความคิดที่ว่า "กูคือสมอง พวกเอ็งเป็นมือเท้า" ทุกอย่างจะดีขึ้นมาทันตาเลยครับ
แก้สิ่งที่ 3 อย่าปากหนัก สงสัยก็ถาม ไม่เข้าใจก็คุยให้เข้าใจซะ วางฟอร์มกันอยู่นั่น...
แก้สิ่งที่ 4 กำหนดเวลาการทำงานของตัวเองและ ระลึกเสมอว่า ทีมอื่นเขาก็ต้องการเวลาบ้าง นั่นก็ถือว่าใช้ได้แล้วครับ
แนวทางต่าง ๆ ที่ยกมา มันดูปฏิบัติง่าย แต่ในความเป็นจริง มันยากมาก ๆ เลยครับ เพราะ "คน" ย่อมเป็นสิ่งที่บังคับยากที่สุดในบรรดาสิ่งมีชีวิต ถ้าคนไม่อยากทำ เราก็ต้องหาวิธีการ.. ยากหน่อย แต่คิดว่ามีทางแน่ ๆ ครับ
ท้ายนี้ก่อนจากไป อยากฝากให้ทุกคนรู้ว่า "ไม่ว่าใคร ก็อยากให้งานมันออกมาดีอยู่แล้ว"
ขอบคุณครับ




