เลือกงานมาก ก็หางานยาก ฝากถึงน้องคนหนึ่ง
posted on 18 Jun 2008 23:57 by nike in Othersถ้าหากเอ็นทรี่นี้ "โดน" ขอความกรุณา อย่ากด HOT นะครับ ผมต้องการสื่อถึงน้อง ๆ ที่ผมรู้จัก เท่านั้นเอง และหากเพื่อนคนไหนที่รู้จักน้องคนนั้น ผ่านเข้ามาอ่าน กรุณาช่วยเอาลิ้งค์นี้ ฝากไปแปะในที่ ๆ เขาน่าจะได้อ่านด้วยนะครับ
--------------------------------------------
เรื่องราวต่อไปนี้ อยากเพียงบอกเล่าครั้งสุดท้ายกับคน "เลือกงาน"
ผมต้องนั่งฟังเรื่องของคน "เรียนไม่จบ" แต่ "เลือกงาน" มาค่อนข้างยาวนาน และพยายามทำความเข้าใจถึงจุดประสงค์ในการเล่าของเขาว่า เล่ามาทำไม
ผมเองก็เคยคิดเหมือนกันว่า เรียนไป ได้อะไร ? เรียนไปไม่เห็นจะได้ใช้ซักอย่าง ... อะไรแบบนี้แหละครับ
และผมเองก็เคยคิดเหมือนกันว่า "ทำไม ต้องใช้ปริญญา มาเป็นใบเบิกทางในการทำงาน ?"
แต่นั่นมันไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ผมเลิกเรียนหนังสือหรอกครับ ผมเรียนจนจบปริญญาตรี ในภาควิชารัฐศาสตร์ ซึ่งเป็นสาขาที่ผมมองไว้ว่า ถ้าไม่ได้เป็น "ปลัดอำเภอ" ก็เป็น "ฝ่ายบุคคล" ได้ล่ะฟะ
การที่ผมเรียนจบปริญญาตรี แล้วผมได้งานทำในสายอาชีพอื่นนี่ หมายความการเรียนมันสูญเปล่างั้นหรือ ?
เปล่าเลย... ผมเพียงวิ่งหาโอกาสจากสิ่งที่ผมทำได้ดี ก็เท่านั้น.. มันก็พิสูจน์ตัวผมได้ และผมก็ทำงานได้ดีทุกอาชีพเพราะความรู้ และตรรกะที่ได้รับถ่ายทอดมาจากครูบาอาจารย์ทั้งหมดนั้นแหละครับ
และผมก็จะรู้สึกไม่สบายใจทุกครั้ง เมื่อได้ยินได้ฟังเด็กวัยรุ่นยุคใหม่คิดแบบที่ผมเคยคิดในอดีต
และผมจะรู้สึกแย่มาก ๆ ถ้าผมไม่พยายามอธิบายให้คนเหล่านั้นเข้าใจว่า การเรียนมันสำคัญแค่ไหน
แต่ผมจะรู้สึกเสียใจมาก ๆ ถ้าพวกเขาพูดเหมือน เขารู้ทุกเรื่องดีกว่าผม แต่เขาตกงานเพราะ "คนจ้างงานเป็นคนผิดเองที่ไม่จ้างเขา"
ผมเคยพยายามอธิบายถึงกระบวนการสมัครงานอย่างละเอียดไว้ที่ *บริษัท อยากได้คนทำงานแบบไหน ? ทำยังไงให้ได้งานทำ ?* เพื่อพยายามให้น้อง ๆ บางคนที่ผมรู้จัก ได้เข้าใจว่า ธุรกิจทุกวันนี้ ไม่มีใครเขาอยากเสี่ยงกับคนที่ไม่รู้ว่าทำงานได้หรือเปล่า และเขาต้องการหลักประกันมากกว่า "ลมปาก"
แต่ผมกลับได้รับคำตอบจากเด็กคนนั้นว่า...
"ก็ ทรู คอร์ป ไม่เปิดรับตำแหน่ง ผู้ดูและระบบ"
"ก็เอเซียซอฟท์ ไม่เปิดรับตำแหน่ง ผู้ดูแลระบบ"
"ก็... ฝ่ายดูแลระบบไม่ยอมลาออกเสียที"
เด็กคนนั้น เรียนจบ ม.6 ... ปัจจุบันเรียนมหาวิทยาลัยไม่จบ ด้วยสาเหตุทางบ้านอะไรซักอย่างนั่นแหละ แต่มั่นใจว่าตนนั้น สามารถดูแลระบบขององค์กรใหญ่ ๆ ที่ยกตัวอย่างมาได้
เป็นคุณ.. คุณจะเชื่อเขาไหมครับ ?
ผมคิดแค่ง่าย ๆ นิดเดียวเท่านั้นเอง..
ขนาด "กู" ฟัง ยังไม่เชื่อเลย แล้วบริษัทที่ไหน เขาจะเชื่อ "เอ็ง" วะ ?
ผมเองก็พยายามคิดว่า "ถ้า" เขาทำได้จริง ก็คงมีผลงานอะไรที่พอเป็นหลักฐานได้บ้าง แต่ก็.. ไม่พบ... เพราะไม่เคยได้ทำงานจริง หรือเคยทำ แต่ทำได้ไม่นาน อยู่ไม่ได้ เพราะผู้ร่วมงานไม่ยอมรับ
จึงได้ตกงานอยู่แบบนั้น
ผมอยากบอกครั้งสุดท้ายว่า
ถ้าคุณไม่ใช่ดารา..หรือลูกเจ้าของกิจการใหญ่โต หรือลูกคนมีอันจะกิน ..แล้วล่ะก็นะ..
เด็กจบ ม.6 นั้น ถ้าอยากทำงานจริง ๆ มีงานเหล่านี้ให้ทำแน่ ๆ
1. พนักงานเก็บสตางค์ ทั้งแคชเชียร์ (ก็ยากเพราะเขานิยมรับ ปวช ปวส) , ทั้งกระเป๋ารถเมล์
2. พนักงานบริการตามร้านอาหาร , โรงหนัง , โรงแรม
3. พนักงานฝ่ายผลิต
4. ถ้าขับยานพาหนะเป็น ก็ตามนั้น พนักงานขับรถ , พนักงานส่งเอกสาร
5. อื่น ๆ ที่เหมาะสมกับวุฒิ หรือเหมาะกับความสามารถพิเศษ ที่เชื่อได้ว่าสามารถทำงานได้จริง เช่น ช่าง ต่าง ๆ
ไม่ใช่งาน "ผู้ดูแลระบบ" หรืองาน "บริหาร" ซึ่งถ้าไม่ใช่ "ได้รับโอกาส เพราะประสบการณ์สูงจริง ๆ" อย่าได้ "หวัง" และถ้ามีคนได้ทำจริง ๆ คนเหล่านั้น เขาไม่เคย "หวัง" จะได้งานระดับนั้นหรอกครับ มันมาตามจังหวะชีวิตและสิ่งที่เขาสร้างมาเท่านั้น
เพราะอะไร ? ทำไมเด็ก ม.6 ที่ยังเรียนมหาวิทยาลัยไม่จบถึงทำงานตำแหน่ง "ผู้ดูแลระบบ" ไม่ได้ ? หรือทำงานใหญ่ ๆ ไม่ได้ ?
ตรรกะมันง่ายมากครับ
อ่านแล้วจะโกรธ หรือไม่เห็นด้วย ผมก็ไม่ว่าหรอกครับ
จะด่าผมกลับก็ได้นะ น้อง ๆ ที่รู้ว่าผมพูดถึงอยู่นั่นน่ะ
ผมจะสอนว่า.....
"แค่รับผิดชอบการเรียนตัวเองยังไม่รอด แล้วใครจะกล้าให้โอกาสคุณรับผิดชอบงานสำคัญขององค์กรเขาได้ล่ะ ?"
ถ้าบอกครั้งสุดท้ายนี่ ยังไม่สามารถ "เปลี่ยน" ทัศนคติการ "เลือกงาน" กันได้...
ผมก็ไม่ขอพูดอะไรมากกว่านี้อีกแล้ว
อายุคนน่ะ มันวิ่งไปข้างหน้าเสมอนะ... มันไม่เคยวิ่งถอยหลัง
พ่อกับแม่เราน่ะ ไม่ใช่มนุษย์อมตะหรอกนะ ซักวันท่านก็ต้องจากเราไป
พยายามลด ละ ทิฐิ เรื่อง ความสามารถ เหนือวุฒิการศึกษาไปบ้าง แล้วพยายามกลับเข้าไปใช้ชีวิต หางานอะไรก็ได้ทำ เพื่อส่งตัวเองให้เรียนให้จบ แล้วถึงวันนั้น ซักวันนั่นแหละ
จะได้..
ไม่ถูกเพื่อนคนอื่นเขาพูดจาให้เสียหาย
และหยุดดูถูก คนเรียนจบสูงกว่าที่เขาได้ทำงานที่ต่ำวุฒิหรือไม่สมกับวุฒิด้วย
เพราะอย่างน้อย เขาเหล่านั้น ก็ดีกว่า
"คนตกงาน" แบบคุณ ใช่ไหม ?



