เมื่อตอนสี่ทุ่ม ดูรายการสุริวิภา เขาพูดถึงอาชีพนักจัดการแผนการใช้เงินให้กับคนมีตังเยอะ ๆ..

ดูกันแบบอิจฉาตาร้อนมันก็เห็นได้ว่า อาชีพนี้เหมือนเสือกินเปล่า กินเปอร์เซ็นต์จากเงินลงทุนที่ยุให้ซื้อรวมถึงค่าแรงรายชั่วโมงที่แสนแพงด้วย

แต่ถ้ามองให้ลึกซึ้ง เขาก็ช่วยให้เหล่าคนมีเงินที่เก็บเงินไม่เป็นให้รู้สติรู้จักเ้ก็บ

ไอ้คนธรรมดาอย่างเรานี่ คงไม่มีปัญญาไปจ้างเขาให้มา่ดูแลเงินทองให้ล่ะครับ

แต่หลักการเขาดีมาก 

สูตรวางแผนการใช้เงิน

รายได้ - เงินเก็บ = รายจ่าย

ไม่ใช่

รายได้ - รายจ่าย = เงินเก็บ

ผลที่ได้มันต่างกันมาจริง ๆ

ดูเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าจะทำมันก็ทำได้ เพียงแค่เอารายจ่ายทั้งหมดต่อเดือนมาดูว่าอะไรไม่น่าจ่าย แต่จ่ายไปแล้ว

ก็เอาไอ้นั่นแหละ มาใส่ในยอดเงินเก็บเสีย

งก ๆ ซะบ้าง เพื่อวันข้างหน้า

ประโยคกินใจมาก ๆ ประโยคหนึ่งคือ

"คนชราคนหนึ่งที่เดินไปหาลูกหลานคนไหน เขาก็ไม่อยากเลี้ยง คนชราคนนั้นคือตัวเรา"

แทงใจคนทำงานจริง ๆ ครับ

ถ้ามีลูก ลูกจะเป็นของเราถึงกี่ขวบ แล้วหลังจากนั้น เขาจะกลับมาดูแลเราหรือเปล่านี่คิดหนัก...

ถึงเวลานั้น ถ้าไม่เหลือใครแล้ว เราคงลำบากมาก ถ้าเราไม่รู้จักเก็บออม

---------------------------------

สมัยทำงานเป็นผู้จัดการสาขาร้านอาหารแห่งหนึ่ง บอสใหญ่ออกมาพูดเรื่อง

เงินทุนสำรองเลี้ยงชีพ ที่บริษัทควรจัดตั้งให้พนักงานเสียที...

บอสใหญ่บอกว่า ทำน่ะทำได้ แต่ถามหน่อย

"ใจคอไม่คิดจะเก็บออมเงินกันเลยหรือ ?"

"จะเก็บออมต้องให้บริษัทบังคับหรือ ?"

"สร้างวินัยเก็บออมให้เป็นนิสัยจะดีกว่าไหม ?"

ซึ่งจริง ๆ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพในบริษัทเอกชนนั้นเขาจะหักเงินเดือนเรานี่แหละครับ

แล้วเอาไปรวม ๆ กันเป็นก้อนใหญ่ ๆ

จากนั้นส่งให้บริษัทที่รับดูแลบริหารสินทรัพย์เอาไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์

เพื่อนำผลกำไร มาให้กับพนักงานที่ต้องออกจากงานในบั้นปลาย หรือออกในกรณีต่าง ๆ

โดยพนักงานที่ต้องออกจากงานเพราะหมดอายุจริง ๆ ก็จะได้เงินตรงนี้มากด้วยตามระยะเวลา

ดูเหมือนมันจะดี แต่ก็เสี่ยงสูง เหมือนกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

ที่เอาเงินไปลงหุ้นจนขาดทุน จากนั้นก็ไม่มีเงินให้ข้าราชการที่เกษียณ

แทนที่จะได้คนละสองล้านยามแก่ชรา เลยเหลือแค่ล้านกว่า ๆ.. หายไปเยอะ..มาก

บางรายเหลือเจ็ดแสน..

จนผู้บริหารโดนตั้งคณะกรรมการสอบสวน ลาออกก็ยังไม่หมดกรรม

ถูกบังคับให้ออกไม่ได้ ต้องจัดการชดใช้กรรมให้เสร็จกระบวนก่อน..

นั่นแหละครับ ความเสี่ยง

---------------------------------------------

ถ้าเก็บออมเองเป็น เราก็ไม่ต้องไปเพ้อฝันถึงกองทุน

มันเลือนลางมาก เมื่อถึงเวลาจริง ๆ มันได้น้อยกว่าที่คิด

และถ้าเราเก็บออมเอง บางทีหลังจากเราทำงานไม่ไหวออกมาแล้ว

เราก็ยังสามารถใช้เงินอย่างประหยัด หรือเอาไปลงทุนทำมาค้าขายได้

แต่คนสมัยนี้ นิยมเป็นหนี้กันไว้ก่อน

จำได้ว่าสมัยนายกทักษิณท่านครองตำแหน่ง

พนักงานในบริษัทที่ผมทำงานอยู่นั้น

ลาออกหนีหนี้กันหลักพัน...

เพราะเห็นว่า เงินในอนาคตมีให้ใช้ ก็ใช้กันไปก่อน

พอถึงเวลาที่อนาคตนั้นมาถึงจริง ๆ เงินก็ไม่มีแล้ว...

ทางเดียวที่่ทำได้คือ หนีหนี้... เสียงาน หลบหนี

บางคนกระโดดตึกตาย เพราะหนี้สินพอกพูนด้วยดอกเบี้ย...

เขาเรียกว่า หมดอนาคต ครับ

 

ถ้าเก็บออมเองเป็น ก็ทำเสียแต่วันนี้

 

รัฐบาลเขาไม่ช่วยเราหรอกครับ แค่พาประเทศชาติที่กำลังร่อแร่นี่ให้ไปต่อได้

ก็ยากมากแล้ว

 

อย่าหวังน้ำบ่อหน้าเลย....

________________________________

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ดีมากๆเลยค่ะ

การออมเงินไม่ใช่เพื่อวันนี้แต่เพื่อตัวเราในอนาคต แต่มันก็ยากจริงๆนี่นะ ยังไงก็จะพยายามออมเงินต่อไปค่ะbig smile

#1 By yuuii on 2009-06-13 02:45

จะไม่แคะกระปุกอีกแล้วค่า แหะsad smile big smile

#2 By (^_^)/nana on 2009-06-13 02:45

อ่านแล้วขนลุกค่ะ...

เวลามีก็ใช้ไป
แต่พอไม่มี ก็ไม่มีจริง ๆ

#3 By พยายามพริ้ว on 2009-06-13 04:45

พึ่งตัวเองsad smile

#4 By wesong on 2009-06-13 07:39

ของนู๋

เงินเก็บ = กันพลา และเติมเงินเกมออนไลน์

......sad smile sad smile

#5 By joyka on 2009-06-13 08:27

เจ๋งแฮะคับHot!

#6 By sage_nu on 2009-06-13 22:01

นิเกะ View my profile

Creative Commons License
.


Recommend

free counters