กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ?
posted on 13 Jun 2009 02:22 by nike in Othersเมื่อตอนสี่ทุ่ม ดูรายการสุริวิภา เขาพูดถึงอาชีพนักจัดการแผนการใช้เงินให้กับคนมีตังเยอะ ๆ..
ดูกันแบบอิจฉาตาร้อนมันก็เห็นได้ว่า อาชีพนี้เหมือนเสือกินเปล่า กินเปอร์เซ็นต์จากเงินลงทุนที่ยุให้ซื้อรวมถึงค่าแรงรายชั่วโมงที่แสนแพงด้วย
แต่ถ้ามองให้ลึกซึ้ง เขาก็ช่วยให้เหล่าคนมีเงินที่เก็บเงินไม่เป็นให้รู้สติรู้จักเ้ก็บ
ไอ้คนธรรมดาอย่างเรานี่ คงไม่มีปัญญาไปจ้างเขาให้มา่ดูแลเงินทองให้ล่ะครับ
แต่หลักการเขาดีมาก
สูตรวางแผนการใช้เงิน
รายได้ - เงินเก็บ = รายจ่าย
ไม่ใช่
รายได้ - รายจ่าย = เงินเก็บ
ผลที่ได้มันต่างกันมาจริง ๆ
ดูเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าจะทำมันก็ทำได้ เพียงแค่เอารายจ่ายทั้งหมดต่อเดือนมาดูว่าอะไรไม่น่าจ่าย แต่จ่ายไปแล้ว
ก็เอาไอ้นั่นแหละ มาใส่ในยอดเงินเก็บเสีย
งก ๆ ซะบ้าง เพื่อวันข้างหน้า
ประโยคกินใจมาก ๆ ประโยคหนึ่งคือ
"คนชราคนหนึ่งที่เดินไปหาลูกหลานคนไหน เขาก็ไม่อยากเลี้ยง คนชราคนนั้นคือตัวเรา"
แทงใจคนทำงานจริง ๆ ครับ
ถ้ามีลูก ลูกจะเป็นของเราถึงกี่ขวบ แล้วหลังจากนั้น เขาจะกลับมาดูแลเราหรือเปล่านี่คิดหนัก...
ถึงเวลานั้น ถ้าไม่เหลือใครแล้ว เราคงลำบากมาก ถ้าเราไม่รู้จักเก็บออม
---------------------------------
สมัยทำงานเป็นผู้จัดการสาขาร้านอาหารแห่งหนึ่ง บอสใหญ่ออกมาพูดเรื่อง
เงินทุนสำรองเลี้ยงชีพ ที่บริษัทควรจัดตั้งให้พนักงานเสียที...
บอสใหญ่บอกว่า ทำน่ะทำได้ แต่ถามหน่อย
"ใจคอไม่คิดจะเก็บออมเงินกันเลยหรือ ?"
"จะเก็บออมต้องให้บริษัทบังคับหรือ ?"
"สร้างวินัยเก็บออมให้เป็นนิสัยจะดีกว่าไหม ?"
ซึ่งจริง ๆ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพในบริษัทเอกชนนั้นเขาจะหักเงินเดือนเรานี่แหละครับ
แล้วเอาไปรวม ๆ กันเป็นก้อนใหญ่ ๆ
จากนั้นส่งให้บริษัทที่รับดูแลบริหารสินทรัพย์เอาไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์
เพื่อนำผลกำไร มาให้กับพนักงานที่ต้องออกจากงานในบั้นปลาย หรือออกในกรณีต่าง ๆ
โดยพนักงานที่ต้องออกจากงานเพราะหมดอายุจริง ๆ ก็จะได้เงินตรงนี้มากด้วยตามระยะเวลา
ดูเหมือนมันจะดี แต่ก็เสี่ยงสูง เหมือนกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ที่เอาเงินไปลงหุ้นจนขาดทุน จากนั้นก็ไม่มีเงินให้ข้าราชการที่เกษียณ
แทนที่จะได้คนละสองล้านยามแก่ชรา เลยเหลือแค่ล้านกว่า ๆ.. หายไปเยอะ..มาก
บางรายเหลือเจ็ดแสน..
จนผู้บริหารโดนตั้งคณะกรรมการสอบสวน ลาออกก็ยังไม่หมดกรรม
ถูกบังคับให้ออกไม่ได้ ต้องจัดการชดใช้กรรมให้เสร็จกระบวนก่อน..
นั่นแหละครับ ความเสี่ยง
---------------------------------------------
ถ้าเก็บออมเองเป็น เราก็ไม่ต้องไปเพ้อฝันถึงกองทุน
มันเลือนลางมาก เมื่อถึงเวลาจริง ๆ มันได้น้อยกว่าที่คิด
และถ้าเราเก็บออมเอง บางทีหลังจากเราทำงานไม่ไหวออกมาแล้ว
เราก็ยังสามารถใช้เงินอย่างประหยัด หรือเอาไปลงทุนทำมาค้าขายได้
แต่คนสมัยนี้ นิยมเป็นหนี้กันไว้ก่อน
จำได้ว่าสมัยนายกทักษิณท่านครองตำแหน่ง
พนักงานในบริษัทที่ผมทำงานอยู่นั้น
ลาออกหนีหนี้กันหลักพัน...
เพราะเห็นว่า เงินในอนาคตมีให้ใช้ ก็ใช้กันไปก่อน
พอถึงเวลาที่อนาคตนั้นมาถึงจริง ๆ เงินก็ไม่มีแล้ว...
ทางเดียวที่่ทำได้คือ หนีหนี้... เสียงาน หลบหนี
บางคนกระโดดตึกตาย เพราะหนี้สินพอกพูนด้วยดอกเบี้ย...
เขาเรียกว่า หมดอนาคต ครับ
ถ้าเก็บออมเองเป็น ก็ทำเสียแต่วันนี้
รัฐบาลเขาไม่ช่วยเราหรอกครับ แค่พาประเทศชาติที่กำลังร่อแร่นี่ให้ไปต่อได้
ก็ยากมากแล้ว
อย่าหวังน้ำบ่อหน้าเลย....
________________________________





การออมเงินไม่ใช่เพื่อวันนี้แต่เพื่อตัวเราในอนาคต แต่มันก็ยากจริงๆนี่นะ ยังไงก็จะพยายามออมเงินต่อไปค่ะ
#1 By yuuii on 2009-06-13 02:45