แนวทางปรับเสียงในเพลงให้มันดังขึ้น
posted on 17 May 2009 09:59 by nike in SoundDesignเอ็นทรี่นี้ ไม่มีภาพ ไม่มีเสียง มีแต่ตัวหนังสือล้วน ๆ
(รู้ทั้งรู้ว่าเอ็นทรี่แนวนี้ เม้นท์จะต่ำมาก แต่ก็อยากทำทิ้งเอาไว้ให้คนมาสืบค้น)
สมัยผมทำเพลงยุคแรก ๆ ก็เคยพบปัญหาเรื่อง ทำเพลงออกมาแล้วเสียงไม่ดัง ทำยังไงก็ไม่ดัง
ทั้ง ๆ ที่ปรับเสียงแต่ละชิ้นเพราะดีแล้ว แต่พอเปิดรวมกัน มันกลับผสมกันเละเทะอีรุงตุงนัง
ผมทำอะไรผิดไป ?
ปัญหานี้มันเกิดมาจากความไม่รู้ของเรานี่แหละครับ
การทำเพลงนั้น หลาย ๆ คนที่หัดใหม่ พยายามจะปรับเสียงให้ถูกใจตัวเองมากที่สุด บ้างก็พยายามเลียนแบบโทนเพลงตามเพลงที่เราชื่นชอบ แต่ผลรวมออกมาปรากฎข้อสงสัยว่าทำไมเพลงทั่วไปเขาเสียงดัง แต่ของเรามันตุ่ย ๆ ฟังแล้วขัดหูสุด ๆ
คำตอบคือการปรับย่านเสียงของเครื่องดนตรี
จริง ๆ เรื่องนี้ใคร ๆ ก็รู้ครับ ถ้าคิดจะทำเพลงแล้ว การปรับเสียง ก็ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราต้องศึกษา แต่มันต้องปรับแบบไหนอย่างไร คือสิ่งที่เราต้องหามันให้พบล่ะครับ
ผมเองก็ศึกษามันมานานแต่ก็ยังทำได้ไม่สมบูรณแบบ เพราะติดปัญหาด้านฮาร์ดแวร์หลาย ๆ อย่าง ที่ราคาสูงมาก การแก้ปัญหาด้วยซอฟท์แวร์นั้นเป็นไปได้ แต่ก็ยังต้องพึ่งพาฮาร์ดแวร์สำคัญ ๆ อย่างลำโพงอยู่ดี
ผมใช้ลำโพงสี่ชุดเพื่อฝึกการปรับย่านเสียง แต่นั่นก็ยังไม่พอ เพราะจริง ๆ แล้ว มันต้องมีมากกว่านั้น
ยังไงเรื่องลำโพง ผมจะยกไว้ท้ายสุดนะครับ มาดูแนวคิดเรื่องการปรับย่านเสียงกันก่อน
แนวทางการปรับย่านเสียงนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ "หู" ของเรา และ ประสบการณ์การใช้ปลั๊กอินช่วยเหลือ
เวลาเราฟังเพลงทั่วไป ลองฟังให้ดี ๆ นะครับ ไอ้สิ่งที่เราชอบนั้น
บางทีเสียงที่เราได้ยิน มันก็ไม่ใช่อย่างที่คิดเสมอไป
ตัวอย่าง เพลงร็อก
ถ้าเราฟังเผิน ๆ เสียงกีตาร์ช่างดุดัน มีน้ำหนักเบสออกมาด้วย
เสียงเบส ก็หนักแน่น ตุ้ม ๆ ๆ
เสียงกลอง กระเดื่องช่างตึ้บ ๆ กระแทกอก
เอาเข้าจริง ๆ เราอาจโดนหลอกตอนเพลงขึ้นอินโทรก็ได้ครับ
แนวทางการปรับเสียงนั้น เราอาจต้องนำแต่ละแทร็กแบบ WAV ด้าน ๆ ไม่มีเอ็ฟเฟ็กช่วย มาทำการปรับเสียงทีละชิ้นทีละแทร็คกันให้ถูกต้องและย่านเสียงต้องไม่ตีกันเอง
เสียงกีตาร์ที่ฟังหนักแน่น มันอาจแน่นแค่ช่วงอินโทรของเพลงก็ได้นะครับ
เสียงเบสตุ้ม ๆ บางทีย่านเบสมันไม่ได้วิ่งไปถึงซับวูฟเฟอร์หรอกครับ
เสียงกลองที่ว่าตึ้บ ๆ มันอาจตึ้บจริง ๆ แค่กระเดื่องใบเดียวก็เป็นไปได้
เวรกรรม ,,,,,,,,,
นอกจากเรื่องย่านเสียงแล้ว ก็คือการใช้ปลั๊กอิน อย่างการทำให้เสียงมันหนาขึ้นในเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น
ลองศึกษาวิธีการใช้ คอมเพรสเซอร์ แม็กซืไมเซอร์ กับพวก รีเวิร์บ คอรัส ให้มาก ๆ พวกนี้ช่วยเราได้เรื่องเพิ่มความดัง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าให้ใช้มันอัดกระทุ้งเพลงสุด ๆ นะครับ เพราะเดี๋ยวออกลำโพงบ้าน ๆ มันจะมีเสียงคลิปหรือเสียงที่ดังเกินลิมิต พูดถึงลิมิต ก็มีลิมิตเตอร์อีกตัวที่ต้องศึกษา
ผมคงไม่มานั่งสอนว่าแต่ละตัวปรับอะไรตรงไหนอย่างไรนะครับ เราใช้โปรแกรมทำเพลงตัวไหนอยู่ ก็ลองศึกษากันเองดู เพราะผมก็ไม่ได้มีทุกโปรแกรมไว้ใช้ มันแพง ถึงจะโหลดเถื่อนได้ แต่ก็ไม่คิดจะใช้ตอนนี้ครับ
ถัดมาคือเรื่องความสวยงามของเสียง บางทีคนทำเพลงมือใหม่ ๆ ยังมองข้ามมัน แต่กลับข้ามขั้นออกมาทำเพลงราคาแพงโดยที่คุณภาพเสียงไม่สมควรกับราคาเลย
สมัยผมทำเพลงใหม่ ๆ เรื่องเสียงสวยงามนี่ เป็นเรื่องแรกที่ผมสงสัย เขาทำอย่างไรให้บางเสียงมันดูกว้าง และมีมิติแปลก ๆ ซึ่งผมค้นพบวิธีการหลากหลายจากโปรแกรมทำเพลงรุ่นเก่า ๆ ที่ปัจจุบันก็ยังหาใช้ได้อยู่ โปรแกรมอะไรผมขอยกไว้ให้สำหรับคนที่ส่งอีเมล์มาถามเท่านั้นครับ เพราะปัจจุบัน เขาไม่ใช้โปรแกรมพวกนี้กันแล้ว แต่แนวคิดโดยรวมคือ การทำเพลง หรือปรับเสียงเพลง สิ่งที่ควรคำนึงก็คือการคิดและปรับให้เสียงมันสวยด้วย ฟังแล้วไม่ใช่ว่าอัด ๆ กันมากลางหัว หรือถ้าจะมากลางหัว แต่มันละเมียดละไมไม่ทำลายแก้วหู แม้เพลงที่ปรับจะเป็นเพลงเมทัลที่หนักหน่วง ก็ต้องห่วงเสียงสวยนะครับ
คราวนี้มาพูดเรื่องลำโพงกันบ้าง
มีบางคนมาถามผมเรื่องลำโพงว่าจะใช้อะไรดี
บางคนก็บอกแนวคิดของที่อื่นว่า ลำโพงนั้นลำโพงนี้ไม่ควรใช้
ลำโพงสี่ชุดที่ผมใช้นั้นมีอะไรบ้าง
๑ ลำโพงแพง ๆ เพราะต้องกะไว้ว่าคนฟังบางคนต้องฟังผ่านของแพงแน่ ๆ
๒ ลำโพงดีหน่อย มีซับวูฟเฟอร์ เด็กบางคนเรียกว่าลำโพงเล่นเกม เอาไว้ปรับเสียงตัดย่านซับวูฟเฟอร์ในเครื่องดนตรีบางชิ้นที่มันไม่ควรจะมีเสียงย่านนั้น
๓ ลำโพงงบน้อย ราคาไม่แพง เพราะลูกค้าบางท่านเขาพอใจแค่นี้
๔ หูฟัง เอาไว้จับย่านแปลกหู หูฟังนี่ ราคาสูงหน่อยครับ หมายถึงหลักพัน (หลักหมื่น) นะครับ ไม่ใช่หลักร้อย ไม่งั้นปรับเสียงไม่ได้ และไม่แนะนำหูฟังพวกแทงเข้าไปในหู หรือแบบเหน็บหูนะครับ ทำเพลงใช้เวลาทำนาน ขืนใช้หูฟังแบบนั้น ตอนแก่เราจะไม่ได้ทำเพลงครับ
หมายเหตุ บางคนใช้เยอะกว่าผม บางคนใช้น้อยกว่าผม บางคนลำโพงอย่างเทพ บางคนลำโพงอย่างถ่อย อันนี้ขึ้นอยู่กับรสนิยมครับ ผมให้ได้แค่แนวคิดเท่านั้น
จากที่เล่า ๆ มานี่ มันก็คงให้แค่แนวทางเท่านั้นเองครับ
ส่วนสำคัญคือการฝึกฝน ฝึกหู ล้างหู (ฟังเพลงที่ปรับเสียงดี ๆ หลังจากล้า) และการตัดอีโก้ ความเชื่อเรื่องการปรับเสียงครั้งสมัยยังมั่ว ๆ ทิ้งไป
จะไม่รู้ผลอะไรเลย ถ้าไม่ลงมือทำ
ทำเท่าที่เครื่องมือเราจะอำนวยนั่นแหละครับ
อย่าเพิ่งทุ่มเทขอเงินพ่อแม่ไปลงเครื่องมือเทพ ๆ เด็ดขาด
เกิดเราไปไม่รอดถึงฝั่งฝัน มันจะเปลืองค่าไฟน่าดูเลยล่ะ





ความรู้ชั้นดี
ผมชอบเรื่องการ Mix เสียงมาตั้งแต่ม.ปลายแล้วแหละครับ
แม้ว่าตัวเองจะไม่ค่อยถนัด อะไรมากก็เหอะ
ตอนนั้นใช้ Cool Edit บน P4 1.5GHz ram 256 แบบ SD
ตอนนี้กลับมาอ่าน เรื่อง BECK รู้สึกอยากกลับมาทำเล่นๆ
^^ เขัยน ต่ออีกนะครับพี่ ชอบๆ
#1 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2009-05-17 11:01