ผู้ใหญ่ไม่เข้าใจเด็ก เด็กก็ไม่รู้จักตัวเอง
posted on 10 Jun 2008 09:45 by nike in HottedPost, Othersอ่านข่าวแต่เช้าแลัวก็เจอข่าวนี้
"มือฆ่าอากิฮาบาระ"รายงานวีรกรรมโฉดไว้บนโลกออนไลน์ - อ่านดูส่วนของ ความคิดเห็นประกอบด้วยนะครับ
เมื่อวานนี้ก็เพิ่งเห็นเพื่อนคนนึงประกาศจะโดดสะพานลอยทางหน้าบล็อก.... (อันนี้แซวเล่น)
ที่พันทิป - เอาอีกแล้ว คนร้ายใช้มีดไล่แทงในญี่ปุ่น อากิฮาบาร่า - อย่าลืมอ่านส่วนของความคิดเห็น
หลายคนอ่านแล้วก็คงเข้าใจนะครับว่า คนที่เป็นฆาตกรนี้เป็นบุคคลจำพวกไหน ?
"ตำรวจญี่ปุ่นเผยว่า มืดมีดที่ไล่ฆ่าคนอย่างบ้าคลั่งในย่านอากิฮาบาระ ที่มีผู้คนพลุกพล่านในกรุงโตเกียว เมื่อวานนี้ ได้ประกาศในเว็บบอร์ดทางอินเทอร์เน็ตไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะลงมือก่อเหตุดัง กล่าว ตำรวจกล่าวว่า นายโตโมฮิโร คาโตะ มืดมีดวัย 25 ปี เป็นคนงานสัญญาจ้างชั่วคราวที่โรงงานชิ้นส่วนรถยนต์แห่งหนึ่งในจังหวัดชิ ซูโอกะ ทางตอนกลางของประเทศ เขาเช่ารถบรรทุกขนาด 2 ตัน ขับจากเมืองซูซูโนะ มุ่งหน้าเข้ากรุงโตเกียว เป็นระยะทาง 100 กิโลเมตร ไล่ชนคนในย่านอากิฮาบาระ แล้วลงจากรถถือมีดไล่แทงคนเสียชีวิตไป 7 คน นายคาโตะ ให้การกับตำรวจว่า เบื่อหน่ายกับชีวิต ไม่มีแรงจูงใจใดนอกจากฆ่าคนทุกคนที่ขวางหน้า และได้เขียนบรรยายแผนการก่อเหตุสะเทือนขวัญดังกล่าวไว้แล้วล่วงหน้า โดยส่งจากโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปโพสต์ในเว็บบอร์ดหลายเว็บ เว็บหนึ่งโพสต์ก่อนเกิดเหตุไม่กี่ชั่วโมง และอีกเว็บหนึ่งโพสต์ไว้เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม เตือนว่าจะเกิดเหตุร้ายที่ย่านอากิฮาบาระ ในวันที่ 5 มิถุนายน มีรายงานว่า นายคาโตะ ติดหนังสือการ์ตูนและวิดีโอเกมอย่างมาก เขาเคยบรรยายลักษณะของตนเองในหนังสือรุ่นสมัยเรียนหนังสือด้วยการวาด ภาพฮีโรนักต่อสู้ โดยมีคำประกอบสั้น ๆ เพียงคำเดียวว่า หยาบ " ......
ใช่แล้ว สังคมตอนนี้สรุปให้แล้วว่าเป็นกลุ่มคนพวก "โอตาคุ" หรือในความเข้าใจของคนทั่วไปนั้นคือ พวก ติดการ์ตูน + ติดเกม + ติดเน็ต ซึ่งจริง ๆ แล้ว ผิดมาก ๆ เลยครับ เพราะการรับรู้ข่าวสารข้อมูลบ้านเรากับประเทศเขามันก็่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
ผมเคยพูดเรื่องกลุ่มคนพิเศษนี้มาก่อนหน้านี้แล้ว ในเรื่อง Hikkomori - คุณเป็นหรือเปล่า และ นำเสนอวิธีการแก้ไขไว้ที่ วิธีแก้ไขอาการ Hikkikomori แล้ว ก็จะไม่ขอกล่าวถึงอีกล่ะครับ
เพียงแต่อยากให้คนที่ไม่ทราบ ได้รับรู้ข้อมูลที่กว้างกว่าการ "ทำตัวเป็นเด็ก ๆ" ของวัยรุ่นวัยทำงานยุคนี้ว่าเขาคิดอะไร ทำอะไร และต้องการอะไร กันบ้างมากกว่า
ถ้าเข้าบล็อกในเอ็กซ์ทีนหลาย ๆ บล็อก ท่านคงพบว่าหลาย ๆ คนใช้อวตาร์แทนตัวเองด้วย "ภาพจากการ์ตูน" ไม่ก็ใช้ "ภาพการ์ตูน" ใช่ไหมครับ ?
มีบางท่าน (รวมถึงท่านมาสเตอร์ของเรา) ใช้ภาพถ่ายของรูปตัวเอง
บางท่านใช้สัญลักษณ์ไปเลย...
บางท่านใช้รูปลูก รูปเมีย ไม่ก็รูปดารา หรือเอารูปชาวบ้านมาเลย
ซึ่ง 3 อย่างหลังนี่เป็น "ชนกลุ่มน้อย" ไปในทันที ถ้าให้เทียบกับอวตาร์จากภาพการ์ตูน ...
ก็อปมาจากบล็อกท่านมาสเตอร์ดื้อ ๆ ไม่ได้ขออีกตะหาก ขออภัยอย่างสูงครับ..
มันบ่งบอกอะไรหรือเปล่า? ผมเองก็ไม่ทราบได้ แต่ผมก็บอกได้อย่างหนึ่งว่า คนที่เข้าถึงเทคโนโลยี ส่วนใหญ่ ชอบอะไรมากกว่าอะไร ซึ่งแน่นอนว่าส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นที่ยัง "เลิก" การ์ตูนไม่ได้
จากรายงานของสถาบันวิจัยนิเกะ พบว่า คนที่ชอบดูการ์ตูนนั้น อายุมากที่สุดคือ มากกว่า 39 ปี (ใช่แล้ว แก่กว่านิเกะเยอะ) ซึ่งพบอีกว่าเป็นชนกลุ่มน้อย ๆ ที่น่าสงสาร ลูกหลานไม่เข้าใจ ทำไมชอบอะไรแบบเด็ก ๆ..
ต้องเจาะให้ลงลึกในรายละเอียดดีกว่าว่าเขาชอบการ์ตูนแบบไหนกัน ?
ผู้ใหญ่ที่ดูการ์ตูนนั้น ผมเคยพบตัวอย่างคาตากลางรถไฟฟ้า BTS เป็นชายชาวญี่ปุ่นอายุประมาณ 40 ปี นั่งอ่านหนังสือการ์ตูน ในนั้นเป็นนิยายภาพที่มีแต่ฉากตัวละครยืนคุยกันเป็นท่อนไม้ หมายความว่า เป็นการ์ตูนที่เน้นเนื้อหามากกว่าภาพ (แต่ภาพวาดดีมาก) มีฉากหลับนอน มีฉากบนเตียงนิดหน่อย ตามประสาผู้ใหญ่ที่ควบคุมสติตัวเองได้
และกลุ่มผู้ใหญ่ที่ดูการ์ตูนวัยประมาณ 20 - 30 ปีล่ะ เขาดูอะไรกัน ?
ก็การ์ตูนแนวที่มีเนื้อหาค่อนข้างเน้นกระชุ่มกระชวย เห็นฉากวับ ๆ แวม ๆ บ้าง เนื้อเรื่องแนวเฮฮาสนุกสนานบ้าง เน้นความรักบ้าง
แต่ส่วนมากต้องมีการแสดงออกถึงชีวิตที่ต้องดิ้นรนมากกว่าเรียน หรือทำงาน
(และมีบางส่วนชอบเสพแนว วิปริต แต่ก็ไม่ค่อยเห็นว่าจะทำแบบในนั้นจริง ๆ สู้คนทั่วไปที่ทำแบบนั้นได้อย่างน่าไม่อายยังไม่ได้เลย)
เมื่อนำมาเทียบกับนิยายของไทย ไม่จำเป็นต้องเป็นนิยายภาพหรอกครับ เนื้อหา ไม่ต่างกัน ต่างกันแค่ การ์ตูนเห็น กกน. สาว ๆ ได้ หรือเห็นหัวนมชายหนุ่มได้ ไม่ต้อง จิ้น กันเองเท่านั้นแหละ...
คราวนี้มันจะต่างอะไรกับคนทั่วไป ถ้าทุกอย่างได้รับการยอมรับเท่าเทียมกัน ?
จำได้สมัยผมเด็ก ๆ เริ่มมีตา ผมก็เห็นการ์ตูนแล้ว อย่างน้อยก็ในหนังสือเรียนของพี่ชายนั่นแหละครับ แต่ทำไมวันเวลาผ่านมานานขนาดนี้แล้ว การ์ตูนถึงไม่ได้กว้างขวาง หรือได้รับการยอมรับเพิ่มขึ้นเลย ?
สมัยก่อนคนแสดงหนัง หรือละคร ก็เคยถูกชาวบ้านเหยียดหยามล่ะครับว่า เป็นอาชีพเต้นกินรำกิน มันไม่ยั่งยืน แต่มาวันนี้ เห็นรวยกันน่าดู ใครกล้าแก้ผ้าเปิดตูดก็ยิ่งรวยเร็ว
บางที อาชีพที่ "สร้างความพอใจ" ให้กับผู้บริโภคในประเทศเรานั้น คงยังต้องใช้เวลากันอีกนานมาก กว่าเพราะมันเป็นอาชีพที่หมิ่นเหม่กับคำว่า "มอมเมา" ทำให้ติดได้
ข่าวแบบ "พบการ์ตูนและเกมมากมายในบ้านผู้ต้องหา" มันบ่งบอกอะไรกับสังคม ?
2 สิ่งนี้ เป็นสิ่งที่ "ผู้ใหญ่ไม่ต้องการ" เพราะ "เด็กเล่นไม่เลิก" ไงครับ
เมื่อมีอะไรที่มันสามารถโยงเข้ามาเรื่องนี้ได้ เขาก็โยงทั้งนั้น ไม่ต้องเป็นประเทศไทยหรอกครับ ญี่ปุ่นก็เป็น และดูเหมือนทุกวันนี้จะเพิ่มมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนด้วย ถึงจะยังไม่มากจนน่าเป็นห่วงก็ตามนะครับ แต่ก็เป็นหลักฐานชัดเจนว่า คนในสังคมปัจจุบันนั้น ยังไม่ยอมรับการมีอยู่ของ "คนชอบการ์ตูน หรือเกม" ทุกที่ นั่นแหละ ถึงเรื่องจริง ๆคนที่อ่าน ดู เล่น อะไรพวกนี้ น้อยคนนักที่จะออกมาทำอะไรบ้า ๆ แบบนั้น (เมื่อเทียบกับพฤติกรรมเลวร้ายที่เป็นข่าวในบ้านเราหลาย ๆ อย่าง) ก็เถอะครับ
ฝากถึงผู้ใหญ่ที่เคยเป็นเด็กทั้งหลาย
ท่านเคยเป็นเด็ก สิ่งที่ท่านเห็นในปัจจุบันนี้ จากเด็กวัยรุ่น ที่ทำตัวแปลก ๆ ในแบบที่ดูไร้สาระประมาณ เอาแต่เล่นเกม หรืออ่านการ์ตูนนั้น ขอให้ท่านจงเข้าใจว่า ยุคสมัยก่อน ท่านก็เป็น เสื้อผ้า หน้า ผม ทรงแปลก ๆ ท่านก็เคยใส่ เคยไว้ แม้แต่วีรกรรมบ้า ๆ บอ ๆ ท่านก็เคยทำ ดังนั้น มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
แต่สิ่งที่มันเปลี่ยนไปจริง ๆ นั้นก็คือ ระยะเวลาแห่งความเป็นเด็กสมัยก่อน มันสั้นกว่าเด็กสมัยนี้ เพราะพวกท่าน เลี้ยงเขามาแบบนั้นกันเอง ทั้งเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยทีวี หาเพื่อนให้ลูกเป็นร้านเกม หรือซื้อคอมเข้าเน็ตเป็นที่ปรึกษาปัญหาชีวิต ไม่ดูแลลูกให้ดีเหมือนสมัยที่ท่านได้รับความเอาใจใส่จากพ่อแม่ของท่านนั่นแหละ
แล้ว พวกเด็กวัยรุ่น หรือผู้ใหญ่ชอบการ์ตูนหรือเกมนั้นก็เช่นกัน ต้องพยายามวางตัวให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมจะดีกว่าเห็นข่าวประมาณนี้ ก็อย่าได้ออกมาโวยวายกันไปเลย ยิ่งออกมาโวยวาย หรือพยายามทำให้สังคมเข้าใจมากเท่าไหร่ มันก็จะกลายเป็นว่าท่านได้ทำทุกอย่างให้มันแย่ลงไป..ทีละนิด ทีละนิดเพราะความปรารถนาดีนั่นแหละครับ
และฝากทิ้งท้ายในเรื่องการวางตัวแสดงออกในที่สาธารณะของน้อง ๆ หลาน ๆ ที่ยัง "เป็นตัวของตัวเอง" กันอยู่นั้น กรุณาช่วยแสดงออกให้มัน "เพลา ๆ ลงหน่อย" ก็ดีนะครับ.. แค่นี้ก็อันตรายแย่แล้วล่ะ.. อย่าแปลงร่างกลางป้ายรถเมล์เลยนะ.. แล้วแบบ.. เปิดเกมโป๊ฉาก "ฮัดช่า" กลางห้างที่ไม่ได้มีงานอะไรนี่.. หามุมหลบ ๆ หน่อยก็ดีนะครับ เดินผ่านทีไรแล้วใจหายวูบทุกทีเลย
แค่ทุกวันนี้ คนทั่วไปเขาก็ไม่เข้าใจกันอยู่แล้ว
ถ้าเราไม่รู้จักวางตัวให้เหมาะสมกันแบบนี้
ก็จะโดนแบบนี้ ตลอดไป
นั่นแหละครับ
จะทำแบบนี้กันอีกนานไหม ?
------------------------------
ข้อมูลทิ้งท้าย
ตัวอย่างการ์ตูนสำหรับเด็ก
การ์ตูนสำหรับวัยรุ่น
และ.. การ์ตูนสำหรับวัยแก่..
.....
ไม่ใช่มั้ง... ผมคงคิดไปเอง... ไปดีก่า.....
โดนใจ อยากให้ทุกคนปรับตัวเข้าหากัน เดี๋ยวก็ไม่จบไม่สิ้นเหมือน(...)บ้านเราหรอก
แต่บางครั้งถ้า




ชอบตรงที่ว่า เป็นของที่ผู้ใหญ่ไม่ต้องการและเป็นสิ่งที่เด็กไม่ยอมเลิก
ปล. เอ้ะเรื่องสามเรื่องท้ายๆทำไมโดนเราไปซะสองรูปล่าง หรือเราเข้าวัยแก่แล้ว
#1 By The ChiD on 2008-06-10 11:01