เริ่มกันที่ Otaku

Japanese-Thai: Longdo Dictionary

お宅 [おたく, otaku] (n) บ้าน (ของท่าน), ไม่ใช่เรียกบ้านตัวเอง
おたく [おたく, otaku] (slang) คนที่หลงไหลหรือหมกมุ่นในอะไรบางอย่างมากเป็นพิเศษ เช่น การ์ตูน, Anime มักจะชอบอยู่บ้านทำในสิ่งที่ตนชอบ (หมายเหตุ: お宅 (otaku) แปลว่าบ้าน) และไม่ค่อยชอบเข้าสังคม
Japanese-English: EDICT Dictionary
お宅 [おたく, otaku] (n) (pol) your house, your home, you, (P)
オタク [おたく, otaku] (n) (col) ***geek****, nerd, enthusiast, (P)
御宅 [おたく, otaku] (n) (pol) your house, your home, you

 

ตามด้วย Geek

English-Thai: Longdo Dictionary
geeky (adj) ที่เชี่ยวชาญเรื่องเทคโนโลยี หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, บ้าเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์, บ้าวิชาการ, ที่หมกมุ่นกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาก
English-Thai: NECTEC's Lexitron-2 Dictionary [with local updates]
geek [SL] คนที่เก่งแต่ไม่มีทักษะในการทำงาน
English-Thai: HOPE Dictionary [with local updates]
geek (กีค) n. นักเล่นปาหี่,บุคคล,เจ้าหมอนี่, บุคคลที่มีความรู้ทางคอมพิวเตอร์สูงมาก แต่ก็ไร้ประโยชน์ เพราะมักจะเป็นประเภทไม่ชอบให้ความช่วยเหลือใคร

จาก

พจนานุกรมออนไลน์ที่ดีที่สุดตั้งแต่เคยใช้มา

จู่ ๆ ผมก็นึกถึง 2 คำนี้ขึ้นมาดูเหมือนว่าพจนานุกรมจะยกให้คำว่า Otaku= Geek นะครับวันนี้มานั่งมองความหมายแบบไม่จำเป็นต้องยก Wikipedia มาดีกว่าครับ

ทั้ง 2 คำ ให้ความหมายในเชิงเปรียบกระทบกระเทียบคนที่มีลักษณะดังนี้

 

1. หมกมุ่นเรื่องอะไรซักอย่าง มากกว่าที่คนทั่วไปหมกมุ่น ?

นั่นหมายความว่า คนที่มีอาการหมกมุ่นทุกชนิดคือ Geek ? หรือ Otaku ? ก็ต้องมาดูที่ระดับความสนใจของคน ๆ นั้นนะครับ

พวกเล่นพระระดับพกกล้องส่ิองพระ , นักเลงรถกระบะ , นักเล่นเครื่องเสียง , นักสะสม , นักฟังเพลง , บ้าบอล ก็น่าจะใช่หรือเปล่า ?

อย่างที่ยกไว้ว่า มันต้องมากกว่าคนทั่วไป แต่ก็ไม่ใช่แค่มากกว่าคนทั่วไป

 

2. การสูญเสียสามัญสำนึก ?

ระดับหมกมุ่นนั่น ก็คือระดับความชอบที่เรียกว่า "หลงไหล" "เพ้อ" "บูชา" "เทิดทูน" ในสิ่งที่ชอบระดับ ยอมหัก ไม่ยอมงอ ถ้าจะต้องเถียงกับคนที่มีความเห็นตรงข้ามกับตนเอง ซึ่งบางทีสาเหตุมันอาจเป็นเพียงแค่ เพลงร็อก กับเพลงแจ๊ส อะไรเจ๋งกว่ากัน นั่นหรือเปล่า ?

บางคนอาจมีอาการสูญเสียความคิดอ่านแบบคนปกติ ระดับ ไม่สามารถพูดคุยอะไรที่มันดูเป็นเรื่องราวปกติ ลองคิดถึงชีวิตปกติของเราดูก็ได้ครับว่าเราเคยบ่นเรื่องของแพงไหม ถ้าเคย ของแพงชิ้นนั้นคืออะไร ถ้าเป็นสิ่งที่เราสนใจมาก ๆ อยู่ แล้วเราเอาไปบ่นกับคนที่เขาไม่ได้ชอบเหมือนเราเป็นวรรคเป็นเวรนี่ น่าจะเข้าขั้นแล้วใช่ไหม ?

 

3. ไม่สามารถสร้างประโยชน์ให้สังคมได้่ ?

นักหมกมุ่นนั้นมีหลายระดับ แต่ก็คงไม่หนักมากมายถ้าหากยังพอจะทำประโยชน์ให้สังคมได้ แล้วพวกที่ทำประโยชน์อะไรไมได้เลยนี่ล่ะ น่าจะเข้าระดับ Geek หรือเปล่า ?

 

แล้ว OTAKU กับ GEEK มันต่างกันตรงไหน ?

จริง ๆ มันแทบจะเหมือนกันทั้งหมดเลยครับ เพียงแต่ OTAKU มันเป็นแสลงที่ใช้เรียกคนที่นิยมบริโภควัตถุทางแถบญี่ปุ่น ตามความหมายในพจนานุกรมที่ผมยกมานั่นแหละครับ เน้นว่าญี่ปุ่น แต่ GEEK เป็นศัพท์ที่สร้างขึ้นมาเพื่อเรียกคนที่รักความ หมกมุ่น โดยเรียกรวมไปเลย ไม่ได้เจาะจงว่าเป็นเรื่องอะไร

อย่างไรก็ดี บุคคลที่มีบุคคลิกตรงกับ O และ G ระดับสูง ๆ นั้น มักจะได้รับการยกยอปอปั้นดั่งชนชั้นสูงของพวกเขา ซึ่งการยกย่องนั้นมิได้ใช้บรรทัดฐานของความน่าเชื่อถือทางสังคม แต่ใช้มาตรฐานทาง ทรัพย์ เป็นเครื่องวัดกันเป็นตัวตั้ง ซึ่งนี่เป็นจุดอ่อนของมนุษย์ที่จิตใจอ่อนแอ ไขว่คว้าหาแต่ วัตถุ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ

ถ้าถามว่าทั้ง 2 แบบมันไม่ดีตรงไหน ก็คงต้องบอกว่า คนทุกคนเขาก็มีระดับความสนใจอะไรซักอย่างมาก ๆ ระดับหมกมุ่นทั้งนั้นแหละครับ เพียงแต่สิ่งที่สนใจนั้น มันอาจเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่เขาเห็นเป็นปกติกันมากกว่า เช่น คลั่งนักร้อง คลั่งดารา หรือชอบการเมือง อะไรแบบนี้แหละครับ

ดังนั้น จะเป็น Otaku หรือ Geek หรืออะไรก็แล้วแต่ มันก็ไม่ได้ผิดอะไร ไม่ได้ไปฆ่าใคร

เพียงแต่อยากฝากถึงคนที่ มีระดับ Otaku หรือ Geek ที่เป็น Nerd หรือ NEET ได้กลับมาคิดถึงชีวิตวันข้างหน้ากันบ้าง เพื่อนผมคนหนึ่งพยายามกลับเข้าสังคม และกำลังจะกลับมาด้วยความตั้งใจของเขานั้น ผมก็คอยเอาใจช่วย และพยายามสร้างโอกาสในการรักษาสภาพจิตใจให้ค่อย ๆ ดีขึ้นเสมอ ๆ ก็ขออย่าได้ท้อถอยนะครับ

ส่วนบางคนที่ไม่พยายามแม้แต่จะยอมรับว่าตัวเองนั้น "เข้าขั้นผิดมนุษย์" ไปแล้ว ก็อยากให้เริ่มต้นด้วยการยอมรับว่าเราแย่แล้ว เราต้องแก้ไขให้กลับมาเป็นผู้เป็นคนมากกว่านี้กันบ้างก็แล้วกันครับ ทุก ๆ อย่างมันอยู่ที่ตัวของเราเองนี่แหละ ไม่ได้อยู่ที่ใครมาคอยบอกหรอก

ไม่จำเป็นต้องเลิกเป็น Otaku ไม่จำเป็นต้องเลิก Geek

แค่ทำให้มันดูเหมือน "คนปกติ" กลับมา "เคารพตัวเอง"*

แล้วกลับมาใช้ชีวิตให้ได้

เท่านั้น....

 

เราจะมีความสุขมากกว่าที่เคย

----------------------------------

หมายเหตุ

เคารพตัวเอง หมายถึง การให้ความสำคัญในการปฏิบัติและวางตัวที่เหมาะสมแก่ตัวเอง ไม่ใช่ให้ความสำคัญกับวัตถุหรือสิ่งแวดล้อมรอบข้างจนกลายเป็นไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ลองหยุดคิดแล้วตรึกตรองดูก็ได้ว่า สิ่งที่ทำนั้น เราเคารพตัวเอง หรือรักตัวเองมากกว่ากัน

 

 

 


 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอตาคุ ใช่ว่าจะแย่หมดแค่หมกหมุ่นในเรื่องที่ชอบจน

ไม่สนใจใคร

แต่อย่างน้อยก็ยังอยู่ในสังคมได้..Hot!
ความรู้ใหม่คับconfused smile

#2 By InferiorGuRu on 2008-05-28 13:01

ภาพสุดท้ายอย่างเทพ orz

#3 By goemon on 2008-05-28 13:30

*3*)~ แย่ๆ นู๋เป็นโอตากี๊~

#1 โอตาคุจริงๆ อยู่ในสังคมได้เฉพาะสังคมพวกเค้านะคะ ถ้าเข้าสังคมปกติ คนปกติจะมีอาการงงๆ "มันพูดอะไรของมัน" สามารถไปดูตามเว็บบอร์ดต่างๆ ที่ไม่ใช่บอร์ดเฉพาะทาง ขนาดระดับที่ไม่ใช่โอตาคุเอยปากอะไร ภาษาที่ใช้ก็ไม่เหมือนคนธรรมดา จนคนธรรมดางงมากมาย

#4 By joyka on 2008-05-28 14:30

รูปสุดท้ายน่ากลัวขั้นสุดยอดแล้วอะ
รูปสุดท้ายสุดยอดมากมาย...

#6 By 竜狼ゼロ丸 on 2008-05-28 16:05

เอ่อ...ผมไม่เคยเจอคนระดับนี้ซะด้วย
เลยไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้เท่าไหร่

รู้อย่างนึง

รูปสุดท้าย "สุดยอดดดดดดดดด(บ้า)" อิอิ

#7 By ซับบาธ... on 2008-05-28 16:30

sad smile รูปนั่นมันอาร้าย

#8 By [ i ]Rin on 2008-05-28 16:32

สาระล้วนๆbig smile big smile

#9 By (^_^)/nana on 2008-05-28 16:56

มันกะมีหลายระดับคละๆกันไปละน้อครับ

ภาพสุดท้ายนี้มัน......sad smile

#10 By nikki009 on 2008-05-28 17:40

โดนค่ะ!!!เอาไปเลยHot! big smile

#11 By dark_shochan on 2008-05-28 17:57

สยองโอตาคุมากๆ

ไม่อยากเข้าใกล้ ยังไม่รู้

พวกนี้ชอบสิงสถิตย์อยู่ ตามงานคอสเพลย์ไปถ่ายรูปชาวบ้าน
ตามเมดคาเฟ่ ร้านการ์ตูน โมเดล ต่างๆ

เห้นเมหือนๆกันหมดคือ อ้วน แว่น ผมกระเซิง

#12 By Dei on 2008-05-28 18:00

Hot! จะเป็นแบบไหนก็ควรจะประมาณอย่าให้ความหลงไหลเป็นการหลงผิดแหละครับ
บางคนใช้เวลาอยู่ในบ้านทั้งวัน ไม่เห็นแสงอาทิตย์เลย

#13 By aEkAsItT~ on 2008-05-28 18:29

ไอ้รูปสุดท้ายนี่มัน...กล้าทำออกทีวีด้วยเหรอครับเนี่ย?!

อีแบบนี้ไม่ใช่แค่คลั่งไคล้แล้วนา~ มันออกแนวป่วยๆ แล้วล่ะ =_=;
เเต่พ๋มไม่เข้าใจว่าทำไม
พ๋มไม่เป็นโอตาคุ...

เเล้วใครจะไปรู้(ว่ะ)!!!!!

พาบสุดท้าย *ปิดตา ส่ายหัว* ~รับไม่ไดดดดดด้sad smile

#15 By เฟงลุยไฟ! on 2008-05-28 19:49

ยังไม่เคยเจอคนโอตากุเข้าขั้นค่ะ
แต่รูปสุดท้ายน่ากลัวมากsad smile
ผมว่า geek มันฟังดูดีกว่าโอตาคุนะ

#17 By P.S. on 2008-05-28 20:23

เยี่ยมไปเลยครับ Hot!
เคารพตัวเอง big smile

#18 By wasin on 2008-05-28 20:41

ฮ่าๆๆๆ อย่างน้อยตัวเองก็ไม่ได้อยู่ในขั้นนั้นล่ะนะ แต่อันที่จริงจะเรียกคนพวกนี้ว่าอะไรมันแล้วแต่ละคนอีกที เชื่อเหอะคนรู้จักคำว่าโอตาคุน้อยจะตาย ส่วนใหญ่จะใช้กับพวกบ้าการ์ตูนซะส่วนใหญ่(ล่ะมั้ง) คล้ายๆจะเป็นศัพท์เฉพาะไปแล้ว รึยังไงไม่ทราบ งงเองsad smile

เพียงแต่รูปสุดท้ายนั่นมันอาการทางจิตแล้ว= = คนจะมองในแง่ลบกันก็ไม่แปลก
กระจ่าง แจ่มแจ้งแดงแจ๋ฮับ
ห้องนั้นน่าอยู่จังน้า~surprised smile

มีข้อสอบวัดระดับความเป็นโอตาคุมั้ยคะ? 555+
อยากรู้ว่าตัวเองเป็นโอตาคุระดับไหน เหอ ๆ ๆ

#20 By P-chan on 2008-05-28 21:38

ขอบคุณค่ะ...กำลังหาความหมายของคำว่า"เคารพตัวเอง"อยู่พอดี

มันหมายความว่าอย่างนี้เองสินะ?Hot!

#21 By พยายามพริ้ว on 2008-05-28 21:39

ฟังดูน่ากลัวแฮะ

แต่ยังไม่เคยเจอคนโอตาคุแบบหนักๆ
(มีแต่บ้าบอเป็นทีๆ open-mounthed smile )

แต่รูปสุดท้านนี่น่ากลัวอยู่นะคะ sad smile

#22 By HoRo ... ll on 2008-05-28 22:31

แย่ล่ะสิ
ดอกมักจะได้โอตาคุเป็นแฟนซะด้วย

แต่เราก็ชอบดึงเค้าออกมาสู่สังคมอื่นบ้าง
แต่บางทีก็ไม่สำเร็จเหมือนกัน.....

#23 By ดอกทอง - Mraz Mania on 2008-05-29 00:21

ชอบรูปสุดท้ายจังครับ 555 ได้ใจ

#24 By H i r o k i _ S a r u  on 2008-05-29 00:35

ง่ะพี่นิเกะ ไอ้รูปท้ายมัน..... อุเจ๊ยยย น่ากลัวมากๆsad smile
geek จะใช้กับคนที่สนใจทางคอมพิวเตอร์มากกว่าปกติ แต่ถ้าสนใจเรื่องอื่นไม่นับ เช่น นักสะสม ถือว่าเป็น otaku แต่ไม่ใช่ geek

ความแตกต่างของ Geek และ Nerd

Nerd::a person lacking a life and completely consumed with education.

Geek::the same as a nerd, but take out education and insert "computers".

PS. Geeks're not anti-social; they're just not user friendly. question

#26 By スニーカース on 2008-05-29 01:23

จะเป็นโอตาคุ (และกี๊ก) ก็เป็นไปเถอะ ถ้าไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน
แค่ทำให้มันดูเหมือน "คนปกติ" กลับมา "เคารพตัวเอง" อย่างที่คุณเจ้าของบล็อกว่าก็พอ

แต่คนที่ไม่ใช่ แล้วกระสันอยากจะเป็นนี่ ไม่เข้าใจค่ะ
กลุ่มคนเหล่านั้นมักเชื่อมั่นว่าโอตาคุคือเทพในโลกการ์ตูน
จึงอยากที่จะเป็นโอตาคุ อยากให้คนเรียกตัวเองว่าโอตาคุนักหนา
และหาเหตุผลร้อยแปดมาอ้าง เพื่อจะพยายามทำให้คำว่าโอตาคุมันดูดีในสายตาชาวโลกให้ได้

...เป็นโอตาเกรียนน่ะพอไหว Hot! Hot! Hot!

#27 By Piggy on 2008-05-29 01:30

hey what's that last pic.i m otaku engine otaku!

#28 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-05-29 04:33

รูปสุดท้าย...

#29 By *MRS-LENNON on 2008-05-29 07:15

รูปสุดท้ายนี่มัน

#30 By rokjitjung on 2008-05-29 10:39

#26 ไม่ใช่นะครับ geek ที่เป็นที่รู้จักกันส่วนใหญ่อยู่ในแวดวงคอมพิวเตอร์ต่างหาก แต่ geek ไม่ได้จำกัดอยู่ในแง่ของคอมพิวเตอร์

ความหมายจาก wikipedia:
"a peculiar or otherwise odd person, especially one who is perceived to be overly obsessed with one or more things including those of intellectuality, electronics, gaming, etc."

สรุปว่าคนที่คลั่งด้านอื่นก็เป็น geek ได้ คุณเข้าใจผิดแล้วล่ะsad smile

#31 By P.S. on 2008-05-29 14:28

.....รูปนี้มันไม่ใช่โอตาคุแล้วครับ มันหนักหนากว่าไปเยอะเลย -*-
จากที่ดู โอตาคุก็ยังเป็นแค่พื้นๆของคำว่า ฮิคิโคโมริ เท่านั้นเองนะ

อาผมก็คงจะเรียกได้ว่าเป็นโอตาคุ คนนึงละมั้งHot!

#32 By 早乙女有人 on 2008-05-29 16:18

โดยส่วนตัวคิดว่า ตัวเองไม่ใช่ก็ใกล้เคียงกับโอตาคุค่ะ เพียงเเต่ เราเป็นโอตาคุที่เข้าสังคมได้ คือโอตาคุรุ่นใหม่น่ะเอง ตอนนี้นะมีอยู่เยอะเเยะไป เดินสวนบางทีก็ดูไม่ออกหรอก รู้ไหมว่า ดาราบางคนยังเป็นโอตาคุเลยค่ะ Hot!

#33 By はやせ--はや  on 2008-05-29 18:01

ถึงเราเป็นโอตากุ แต่เราก็ยังอยู่ในสังคมต่างๆได้นะ
มันขึ้นอยู่กับว่า เราจะรับหรือไม่รับ

Hot! Hot! Hot!
ตอบ #31
ที่ว่า"geek ไม่ได้จำกัดอยู่ในแง่ของคอมพิวเตอร์" นั้นเป็นความหมายเก่า
ปัจจุบันถ้าพูดแต่ geek คำเดียวจะหมายถึงทางคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ

อย่างเช่น
- He's is a real geek.
- He's is a real anime geek.

geek ในประโยคบนจะหมายถึงคนที่สนใจทางคอมพิวเตอร์(อย่างแรงกล้า)
หากต้องการใช้ geek ในทางอื่นให้ใช้ตามประโยคล่าง

เพิ่มเติม http://en.wiktionary.org/wiki/geek

#35 By スニーカース on 2008-05-30 00:31

ถ้าไม่ไปทำให้คนอื่นเดือดร้อนก็ดีแล้วนะคะ แล้วเราว่าถ้าหมกมุ่นมากเกินไปจนทำให้เสียสุขภาพนี้... ก็อยากให้ดูแลตัวเองกันเหมือนกัน confused smile คนรอบข้างจะอดไม่สบายใจแทนได้นะคะ แหะ ๆ

รูปสุดท้ายนี้น่ากลัวมาก ยังดีที่ไม่ใช่รูปหนูจุน
ตอบ#35 ไปดูใน wiktionary มาแล้วเหมือนกันครับ

"expert in a technical field,
particularly to do with computers"
หมายความว่าเชี่ยวชาญในด้านเทคนิค (วิทยาการ) โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านคอมพิวเตอร์

แปลอีกอย่างก็คือ เป็นคำที่ใช้กับด้านวิทยาการทุกอย่าง (ไฟฟ้า เครื่องกล เคมี ฯลฯ) แต่ถูกใช้เยอะเป็นพิเศษในด้านคอมพิวเตอร์ ไม่ถูกเหรอครับembarrassed

#37 By P.S. on 2008-05-30 09:36

~please HELP SIGN! FOR X JAPAN! http://www.petitiononline.com/welovex

#38 By スミレ~ on 2008-05-30 10:48

รูปท้ายน่ากลัวอ่ะ 555+
โอ้ว ขอบคุณสำหรับความรู้ใหม่ Hot!
+ ชอบรูปสุดท้าย ฮ่าๆ

#40 By อีฟ on 2008-05-30 11:39

โอ้
มันช่างแต่ต่างsad smile

#41 By Kay on 2008-05-30 14:03

กำแท้
อ่านมาเรื่อยๆ
มาเข้าใจว่าควรทำตัวให้มัน เคารพตัวเอง ตอนเจอรูปสุดท้าย
เนี่ยแหละ
รูปเดียวซึ้ง...sad smile

#42 By 0uo on 2008-05-30 14:57

"สรุปว่าคนที่คลั่งด้านอื่นก็เป็น geek ได้ คุณเข้าใจผิดแล้วล่ะ"

เราเพียงแต่ต้องการชี้แนะข้อมูลที่แตกต่าง(ขัดแย้ง)จากตัวหนาข้างบน
คนที่ตัดสินว่าผิดหรือถูกมีแต่คุณพูดเองคนเดียวเท่านั้น

ขอชี้แจงเป็นครั้งสุดท้าย
"expert in a technical field,
particularly to do with computers"
หมายถึงชำนาญด้านเทคนิคที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ

คำว่า "technical field" ในที่นี้หมายถึงทางเทคนิคสาขาต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ เช่น ฮาร์ดแวร์ เน็ตเวิร์ก (เข้า-ถอด)รหัส

คงพอเข้าใจแล้ว เราขอลาจากเอ็นทรี่นี้ไปเลยแล้วกัน เกรงใจเจ้าของบล็อก (อยู่นานเปลืองค่าแอร์)sad smile

#43 By スニーカース on 2008-06-01 02:21

อย่าเอากลุ่ม Geek ไปจับกลุ่มกับพวกชาวโอตาคุสิครับ เสื่อมราคาหมด

#44 By ZeroCoolz (124.157.239.104) on 2009-06-02 23:55

นิเกะ View my profile

Creative Commons License
.


Recommend

free counters