พอดีเมื่อวานผล Admission ออกมาแล้วครับ
ผมก็รีบไปหาชื่อผมตามเวบที่ประกาศผล
แล้วก็พบว่า...
เรา.............................
ไม่ใช่เด็กเข้ามหาวิทยาลัยเสียหน่อย..
สำหรับน้อง (จริง ๆ ต้องเรียกว่าหลาน ๆ) ที่ได้ดั่งใจ ก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ
อย่างไรแล้วเอ็นทรี่วันนี้ สำหรับน้องที่ "ไม่ได้ดั่งใจ" นะครับ
การสอบเข้ามหาวิทยาลัยปัจจุบันเปลี่ยนรูปแบบการสอบเข้าจากสมัยของผมไปแล้ว ซึ่งอธิบายให้ตายยังไง ผมก็ไม่เข้าใจหรอกครับว่าเปลี่ยนยังไง รู้แค่สะสมแต้มแล้วก็ไปสอบอีกรอบ ซึ่งตามความเข้าใจของผมนั่นคือ เหนื่อยผ่อนส่ง และคนที่สอบไม่ติดมหาวิทยาลัยไหนเลย ก็ดูจะเหนื่อยกว่าชาวบ้านนะครับ
ต่อไปนี้คือคำให้กำลังใจที่ผมมีให้กับน้อง ๆ ที่พลาดหวัง
1. สอบไม่ติด ไม่ใช่ว่าชีวิตเราหมดสิ้น ใครอยากสอบใหม่ก็พยายามใหม่ ใครพอมีก็ไปเรียนมหาวิทยาลับอื่น ๆ หรือไปสอบที่อื่น ๆ ที่เขาไม่ได้เข้าระบบสอบแอ็ดมิตฯ นะครับ
2. ทำให้มันเป็นเพียงเรื่องที่ผ่านไปเมื่อวานนี้ เหมือนวันปกติ ทำใจยอมรับ แล้วสู้ต่อไป
3. อนาคตของคุณยังรุ่งโรจน์ได้ แม้นไม่ได้เรียน มหาวิทยาลัย ที่คุณฝันไว้
4. เจ้าของกิจการใหญ่ ๆ โต ๆ มักจะเรียนมหาวิทยาลัยกันตอนแก่ ๆ ไม่ก็มีมหาวิทยาลัยมาให้ปริญญาโดยที่เขาไม่ต้องเข้าไปเรียนซักชั่วโมง
5. ผมจบปริญญาตรี ม.ราม ก็เคยนั่งรับสมัครงานและไม่ให้ ม.ธรรมศาสตร์ ผ่าน เพราะเขาไม่เหมาะกับงานที่ทำ
6. คนเก่ง ไม่จำเป็นต้องเรียนจบที่ดัง ๆ เขาก็จะเก่งได้ด้วยความตั้งใจในการเรียน การศึกษานั้นเอง
7. ผมทำงานมาหลายที่ เจ้าของกิจการเล็ก ๆ ส่วนใหญ่จบมหาวิทยาลัย แต่กิจการใหญ่ ๆ เขาจบ ป.4 .....
8. การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญ แต่มันไม่ใช่สิ่งเดียวที่สำคัญกับชีวิตเรา อย่าโดดตึกนะเว้ย เจ้าของตึกเขาจะเดือดร้อน ลำบากคนมาเช็ดเลือดด้วย สมองไหล ๆ ถ้าเห็นแล้วคงอยากอ้วก เก็บไว้กับหัวนั่นแหละ ยังพอสร้างประโยชน์ต่อได้อีกเยอะ
9. ถ้าคุณกลัวพ่อแม่จะตำหนิ คุณก็ต้องย้อนดูตัวเราเองว่าก่อนจะถึงวันนี้ เราทำดีที่สุดแล้วหรือเปล่า ถ้าเปล่า ก็อย่าเสียใจที่ถูกดุด่า แต่ให้เราจดจำไว้เป็นบทเรียนราคาแพง แล้วสู้ต่อไปว่าจะไปทางไหนดี
10. อย่าทะเลาะกับตัวเองหรือกับใครให้เสียเวลา ทางข้างหน้าของเรา มันเพิ่งเริ่มเท่านั้นเอง อย่ายิงตัวตายนะเว้ย เลือดเลอะผนัง เลอะเตียง ลำบากต้องเช็ดต้องเปลี่ยน เจ้าของปืนซวยอีก
ยกมา 10 ข้อ ก็ขอให้กำลังใจน้อง ๆ ที่พลาดหวังนะครับ
มนุษย์เราเกิดมานั้น มีช่วงชีวิตยาวนานกว่า 23 ปี เว้นเสียแต่ว่าไปทำอะไรให้มันตายซะก่อนจะถึงเวลานั้น.. ยังไงแล้วชีวิตมันเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ไม่ควรยึดติดอะไรให้มากนัก ทุกอย่างมันอยู่ที่ใจ โอกาสมันไม่ได้มีแค่ครั้งเดียว เส้นชัยของชีวิตไม่ได้อยู่ที่ปริญญา แต่อยู่ที่ "เมรุเผาศพ , เชิงตะกอน" ดังนั้น ยังมีเวลาให้ทำอะไรได้อีกเยอะ
จากใจเด็กไม่มีโอกาสแม้แต่จะเอ็นท์ในอดีตเมื่อสิบกว่าปีก่อน....
นิเกะ
คำปลอบใจที่ผมใช้กับคนที่กำลังเสียใจ
"อย่าร้องไห้ฟูมฟายเลย เพราะขี้มูกมันจะทำให้เราหายใจไม่สะดวก ถ้าต้องหายใจทางปาก มันจะเหม็นมากเลยนะ"
---------------------------------
(ยังอยู่ช่วงดองบล็อก ไม่มีเรื่องอะไรให้เขียน...)
" เขียนอะไรสั้นๆ หลังจากเขียนใน blog ตัวเองแล้วบ้าง เหอๆๆๆ
อ๊า

