เคยไหมครับ เวลาออกห่างหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วรู้สึกกระวนกระวาย ?

เคยไหมครับ อยากเล่นเกมแต่ไม่รู้จะเล่นเกมอะไร ก็นั่งมันหน้าจอนั่นแหละ ?

เคยไหมครับ นั่งเล่นเกมทั้งวันทั้งคืน

เคยไหมครับ รู้สึกสบายใจทุกครั้งที่เริ่มเปิดคอม ?

เคยไหมครับ นั่งเล่นเน็ตทั้งวันทั้งคืนโดยไม่รู้จะดูอะไร ?

เคยไหมครับ นั่งกดดูเมนูโทรศัพท์เคลื่อนที่ของท่านโดยไร้จุดหมาย ?

เคยไหมครับ นั่งลงโปรแกรมใหม่ ๆ โดยไม่คิดว่าจะเอามันมาใช้ทำงานอะไร ?

เคยไหมครับ นั่งแกะคอมมาดูเครื่องในโดยไร้เหตุผล ?

เคยไหมครับ นั่งยิ้ม หัวเราะ ร้องไห้ ที่หน้าคอม ?

เคยไหมครับ ฯลฯ ... ที่อยากอยู่ใกล้ ๆ เทคโนโลยี ?

อาการเหล่านี้ เราเรียกว่า "โรคติดเทคโนโลยี"

ผมเป็นคนหนึ่งที่มีอาการดังกล่าว แต่ไม่ครบทุกข้อ และไม่ค่อยจะยอมรับตัวเองเท่าไหร่ว่าติด จนกระทั่งไม่กี่วันมานี่เอง

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ผมมีภารกิจใหญ่ดั่งที่เคยเล่าเอาไว้เมื่อหลายเอ็นทรี่ก่อน ซึ่งจะเห็นว่าผมไม่ได้อัพบล็อกเลยเป็นเวลานานโดยเฉพาะช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมานี้

ได้ออกไปเดิน ๆ ๆ นอกบ้านติดต่อกันเป็นเวลานานหลายวัน เวลาเปิดคอมมันก็ลดลง

ผลก็คือ ....

ช่วง 2 - 3 วันแรก มีอาการกระวนกระวาย แต่ไม่ถึงขั้นตาย

ตามด้วยอาการอยากเปิดคอม เหงื่อแตกพราก ๆ (เพราะอากาศร้อนระบี้)

คิดถึงแต่อินเตอร์เน็ต อยากดู๊ อยากดู...

แต่ก็ไม่ได้กลับมาเปิด จนกระทั่งเวลาผ่านไปอีก....

กลับมาเปิดคอมวันนี้..

มีแต่เปิดเพื่อทำงานซะแล้วสิ...

ใช่แล้ว... โรคติดเทคโนโลยีนั้น เกิดขึ้นเพราะสมองได้รับอะไรที่พึงพอใจต่อเนื่องกันจนติดเป็นนิสัย ซึ่งขอใช้คำว่า นิสัย เพราะมันเลิกได้ ไม่ถึงขั้น สันดาน โดยที่ตัวเองนั้นไม่รู้เลยว่าติดเข้าไปแล้วจนกระทั่งมีโอกาสห่าง ๆ มันซักพักนี่แหละครับ

ถึงวันนี้ ผมก็ต้องกลับมาทำงานหน้าคอม และอาการติดเทคโนโลยีก็อาจจะกลับมาอีกครั้ง แต่ผมก็คิดว่าผมนั้นมีแรงต้านทานกับมันมากพอที่จะเดินออกไปทำธุระนอกบ้านได้โดยไม่เกิดอาการจะเป็นจะตาย

อีกไม่กี่วันนี้โรงเรียนกำลังจะเปิดเทอมก็อยากจะฝากถึงน้องๆ หลาน ๆ หรือเพื่อน ๆ รุ่นเยาว์ของผมซักนิดนึงว่า โรงเรียนกำลังจะเปิดเทอมแล้ว พยายามหาช่องทางอื่น ๆ ให้มันห่างจากเทคโนโลยีที่กำลังติดหนึบหนับ แล้วกลับไปตั้งใจเรียนตามหน้าที่ของตนจะดีกว่า

เพื่อน ๆ แถว ๆ บ้านผมหลายคนที่กำลังเรียนและเรียนจบแล้วหลายคน นั่งบ่นคล้ายกันเรื่อง เรียนมาแล้วไม่ได้ใช้งานอะไรเลย เสียดายเงิน เสียดายเวลาที่เดินทางไปเรียนหนังสือมาก

ก็อยากจะฝากลอยตามลมไปว่า ไปเรียนเถอะ

คุณจะได้พบเพื่อนที่ผลักดันให้คุณทำอะไรได้ดีกว่าเพื่อนแถวบ้าน
คุณจะได้อ่านหนังสือออกโดยไม่พึ่งพ่อแม่
คุณจะบวกเลขจำนวนมากได้ไม่ผิดพลาดเพราะคุณคงไม่ติดเครื่องคิดเลขหรืออะไรที่คิดเลขได้ตลอดเวลา
คุณจะมีโอกาสได้ทำงานที่อาจสร้างชีวิตของคุณได้
คุณจะสามารถต่อยอดความรู้จากบรรพบุรุษของคุณได้ดีขึ้นมาก

หลายคนเถียงผมว่า ไม่ต้องเรียนก็ทำแบบนั้นได้...

ก็อย่าลืมว่า ไอ้ที่คุณเป็นอยู่นั่นน่ะ เขาเรียกว่า "ห่วงเล่น" "ห่วงเที่ยว" และ "ห่วงสนุกสนาน"

สมัยผมเด็ก ๆ น่ะ ไม่มีใครเขามาบอกแบบนี้หรอกครับ มีแต่บอกว่า

"เป็นเด็กมีหน้าที่เรียนก็เรียนไป"

อย่าได้เอาผลการเรียนมาเป็นเครื่องวัดว่าคุณควรจะเรียนหรือไม่เรียน

เด็ก ๆ ตจว. ที่เขาอยากเรียนแต่เขาไม่ได้เรียนมีเยอะแยะ ไม่ลองนั่งรถไปถามเขาดูล่ะครับ ?

คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า มันเป็นแบบนี้เสมอ

โอกาสที่ดีกว่าไม่เคยเปิดให้กับคนไม่มีวุฒิการศึกษา ขนาดเด็กล้างจานในร้านอาหารหลายที่ยังต้องเรียนจบ ป.6 เป็นอย่างต่ำ เพราะต้องอ่านหนังสือออก และบวกเลขได้บ้าง

เด็กพม่า ที่มาทำงานในโรงงานแถว ๆ บ้านผมนั้น อ่านภาษาอังกฤษออกและบวกเลขเป็น แถมพูดไทยได้ทุกคนนะครับ !!

ถ้าไม่อายเด็กตจว. ก็อายคนต่างด้าวก็แล้วกันนะครับ

แล้วมันเกี่ยวกับโรคติดเทคโนโลยี่ตรงไหน ?

ผมพยายามสื่อออกมาหลายบรรทัดนี่เพื่อจะบอกว่า ถึงเราจะใช้เทคโนโลยี่เก่งเพียงไหน หากขาดประสบการณ์ชีวิต ขาดการเข้าไปในสังคมจริง ๆ ก็ยากที่จะได้รับการยอมรับว่าคุณเก่งจริง ๆ และไม่มีบริษัทที่ไหน ยอมรับคนใช้เทคโนโลยีเก่ง แต่เข้ากับสังคมไม่ได้ หรือใช้ความรู้อย่างอื่นไม่เป็น อย่าว่าแต่บริษัทเลย ต่อให้เป็นกิจการในครอบครัว เขาก็แทบจะฝืนความรู้สึกที่ให้คุณรับผิดชอบงานแน่ ๆ ล่ะครับ

ผลสุดท้ายประเทศไทยก็จะมีบุคคลกลุ่มใหม่เกิดขึ้นมา ซึ่งปัจจุบันก็เริ่มจะมีมากขึ้น และผมก็เป็นห่วงมาก ยิ่งถ้าเขาเป็นเพื่อนของผม ซึ่งผมจะพยายามหาช่องทางชักชวนให้ออกมานั่งเล่นนอกบ้านกันบ่อย ๆ หลังจากภารกิจของผมเสร็จสิ้นนี่แหละ

ดังนั้น ใครที่รู้ตัวว่าเข้าข่ายว่า ติดเทคโนโลยี

ปิดเครื่องคอมไปซักพักแล้วเดินออกไปเรื่อย ๆ เริ่มจากเดินไป เซเว่น และเดินออกไปให้ไกลขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยตัวคนเดียว เดินด้วยเท้านั่นแหละครับ

แววตาของคุณจะสดใสขึ้น ใบหน้าของคุณจะค่อย ๆ มีชีวิตชีวาขึ้น พลังชีวิตของคุณจะค่อย ๆ กลับมา

และเมื่อคุณสามารถห่างเทคโนโลยีได้เป็นเวลานาน ๆ โดยไม่ได้ใช้งานมัน และได้ออกไปนอกบ้านโดยไม่ต้องใช้เงินทองอะไร เพราะเดินไป ไม่ได้นั่งรถ หรือนั่งรถไปไกล ๆ ได้โดยไม่รู้สึกอะไรมัน คา อยู่ในหัว...

แล้วลองกลับมานั่งหน้าคอมอีกครั้ง

วันนั้นคุณจะพบว่า

 

คุณสามารถใช้เทคโนโลยีได้คุ้มค่า มากกว่าที่ผ่านมา

 

เหลือเกิน..

--------------------

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เข้าข่ายหลายข้อเหมือนกันค่ะ ติด exteen นี่แก้ไม่หายค่ะ 555+

#1 By (^_^)/nana on 2008-04-28 10:35

ก็ออกไปเล่นกับหมาทุกวันแล้วไง ดูนี่สิ
/me ยื่นแขนที่เต็มไปด้วยแผลให้ดู

#2 By NinkungZ on 2008-04-28 11:02

ทุกอย่างมีผลทั้งด้านดี และด้านไม่ดีแหละครับ
เรารับไว้ทุกด้าน แต่จะพัฒนาด้านไหน เท่านั้นเอง

big smile Hot!

#3 By iMase on 2008-04-28 11:03

ยอมรับว่าเคยมีอาการติดเทคโนโลยีนะ
ประมาณสามปีก่อน ตอนนั้นคอมพังและไม่สามารถซ่อมรวมทั้งหาอะไหล่มาเปลี่ยนได้
เพราะอยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกลเทคโนโลยี ก็ห่างจากคอมอาทิตย์หนึ่งเต็มๆครับ

ช่วงแรกๆรู้สึกกระวนกระวาย วงจรชีวิตมันแปลกไป ประมาณวันที่สี่ถึงเริ่มได้คิด
...ทุกวันนี้ไม่มีอาการดังกล่าวแล้วครับ คอมปิดก็ปิดไป ไม่มีผลกระทบอะไรกับจิตใจquestion

ผมเป็นคนชอบสลับกิจกรรมวนเวียนไปเรื่อยๆ ทำแต่ละอย่างเป็นพักๆ
เบื่อดูหนัง ก็ไปเล่นเกม เบื่อเล่นเกมก็ไปเที่ยว เบื่อเที่ยวก็ไปดูหนัง วนกลับไปกลับมา
เที่ยว นี่หมายถึง เที่ยวภูเขา เที่ยวทะเลนะครับ
เห็นผมชอบเล่นพวกเครื่องเกมพกพา แต่เวลาเที่ยวแบบนั้น
จะไม่พกอะไรที่เป็นเทคโนโลยีไปเลยนะครับ ยกเว้นมือถืออย่างเดียว open-mounthed smile Hot!

#4 By mastermune on 2008-04-28 11:05

ก็มีบ้างบางข้อล่ะมั้ง อย่างวันไหนที่ไม่ได้จับคอมก็จะรู้สึกแปลกๆอยู่บ้างเหมือนกัน...

#5 By 竜狼ゼロ丸 on 2008-04-28 11:53

เคยไหมครับ นั่งลงโปรแกรมใหม่ ๆ โดยไม่คิดว่าจะเอามันมาใช้ทำงานอะไร ?
เคยไหมครับ นั่งแกะคอมมาดูเครื่องในโดยไร้เหตุผล ?
.
.
ไม่เคยเป็นอยู่แค่ 2 ข้อเองค่ะ
นอกนั้น กวาดมาแล้วทุกอาการ
แต่ตอนนี้จู่ๆก็เกิดเบื่อขึ้นมาเอง

#6 By ”• dhy ”• on 2008-04-28 13:09

ง่า ผมเป็นอ่ะ.. sad smile

#7 By xViStA on 2008-04-28 13:40

เย้ยยยย เป็นซะหลายข้อเลย

....
...
..
.

สงสัยจะใช่ ฮ่าๆ
อยู่หน้าคอมพ์6วันต่อสัปดาห์ ทำงานไป เขียนบล็อกไป
ติดงอมแงม 6 วัน วันอาทิตย์เป็นวันหยุด หยุดงาน หยุดเสพคอมพ์
ทำได้ ไม่ได้ ทั้งหมดนี่มันอยู่ที่ใจนะครับconfused smile

#9 By แอ๊ะแอ๊ะ (58.9.43.125) on 2008-04-28 13:43

เป็นเกือบทุกข้อเลยแหะ
แต่่เราก็ทำกิจกรรมกับมหาวิทยาลัยนะ
ทำชมรม แข่งกีฬา ทำงาน part time
หาอะไรทำไปเรื่อยๆ
มันขึ้นอยู่กับตัวเรา ว่าจะแบ่งเวลาได้ถูกไหม

#10 By ~memay~ on 2008-04-28 13:44

เหอๆขาดแค่ ข้อนั่งแงะคอมพ์ กับลงโปรแกรมใหม่แบบไร้เหตุผลเองอ่ะค่ะ เหอๆๆๆ

แต่ทุกอย่างมันก็มีสองด้านเหมือนเหรียญบาทแหละค่ะ

ขึ้นอยู่กับตัวเราเองว่าจะใช้ด้านไหนยังไง

ใช้ดีก็ดีไป ใช้ผิดทางก็จบแห่ละค่ะ

แต่นั่งหน้าคอมพ์นานๆนี่ตาโหลได้นะคะ พอดีเป็นอยู๋เหะๆๆๆๆ ประมาณว่าเล่นแล้วติดลม ฮี่ๆๆๆsurprised smile

#11 By ~BAkA -*- MAf!A~ on 2008-04-28 13:50

ยาวจัง ติดคอมเหมือนกันครับ T_T แต่ยังไม่ถึงขนาดห่างไม่ได้
เห็นด้วยกับการทำกิจกรรมอื่นๆ อย่างน้อยๆก็ต้องมีสังคมน่ะนะครับ ^_^

#12 By Elta_kung on 2008-04-28 14:18

ก็ติดบ้างครึ่งๆนะคะ sad smile
แต่ก็หาอย่างอื่นทำค่ะ เช่นอ่านหนังสือsurprised smile

#13 By saya chan on 2008-04-28 14:20

ตอนนี้ทั้งติดเทคโนโลยี และ ติดหนุ่มใน m ด้วย ก๊าก
แย่นะเนี่ย
ไปเที่ยว 11 วัน คิดถึงเน็ตแถบลงแดง เหอๆ อาการหนัก
แต่พอกลับไปบ้านก็หายดีขึ้นเยอะแหละ
เพราะมีทีวีให้ดู มีหนังสือให้อ่าน + มีแม่คอยบ่น ฮะๆ
เป็นโรคจิตชนิดหนึ่งเหมือนกันนะ ต้องเปิดคอมฯ ทุกวัน วันไหนไม่ได้ใช้คอมฯ แล้วนอนไม่หลับ
แต่เวลาใช้คอมฯ ทีไรก็ไม่ได้หลับได้นอนเหมือนกัน
- -'

#15 By miiself on 2008-04-28 15:37

เราเป็นนะ

- -"

#16 By {peak*} on 2008-04-28 16:43

ต้องกลับบ้านบ่อยๆครับ จะลดอาการบ้าเนตลงได้เยอะ
โอ้วโดนสะเกือบหมดทุกข้อแต่ไม่ได้ติดงอมแงมขนาดนั้นนะคะ มีบ้างบางคืนไม่ได้นอนเลยทีเดียว55
big smile
โอ มันโดนมากค่ะ โดนทุกข้อเลย
ติดเทคโนซะแล้วเรา

ขาดประสบการณ์ชีวิตสุดๆ Hot!
ไอ่ติดเทคโนโลยีอะ เป็นทุกข้อเลย ยกเว้นกะ โทรศัพท์
แต่พอกลับบ้าน ไปเที่ยว
หรืออะไรก็ช่าง ที่ทำให้ห่างจากคอมของเราไป
ก็ไม่รู้สึกอะไรนะ คงเพราะเวลาอยู่ในห้องเห็น คอมมั้งเลยอยากเลย + อยู่ห้องคนเดียวมันเหงา
อย่างน้อยเปิดเพลงเป็นเพื่อนก็ยังดี

แล้วไอที่บ่นๆ เรียนจบทำงานไม่ตรงสาย เรียนมาไม่ได้ใช้ เพราะ เขาไม่ได้วางแผนชีวิตไว้ด
ิว่า โตขึ้นตูอยากเป็นอะไรอยากเรียนอะไร ปล่อยให้ตัวเองไหลไปตามกระแส
สุดท้ายได้งานอะไรก็ทำๆไป แล้วก็จะได้คำพูดที่ว่า เรียนมาไม่ได้ใช้เรียนทำแมวน้ำอะไร
ถูกใจเอาไปHot! Hot!
Hot! เป็นอะไรที่บล็อกเกอร์ควรอ่านไว้ด้วยนะครับ
surprised smile ผมเองก็ติดงอมแงมเลยcry

#21 By aEkAsItT~ on 2008-04-28 18:56

ลองดูค่ะ ^^

#22 By . . JANENy ♬ on 2008-04-28 20:10

ไม่ค่อยตรงกับผมนะครับ แต่ผมติดคอมแค่เพราะผมไม่มีอะไร ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ทำ ถ้ามีผมก็ไม่ค่อยอยากอยู่กะคอมมากไปซักเท่าไหร่

#23 By คนธรรมดา on 2008-04-28 20:12

คิดว่าไม่ติดขนาดนั้น ที่เปิดคอมคือจะดูข่าวสารเอง

//ระวังประเทศไทยจะเป็นฮิคิโคโมริละนะ

#24 By KC_CRUSH on 2008-04-28 20:40

ผมก็เป็นนะ ไม่ได้เล่น Exteen, MSN แล้วเหมือนขาดๆอะไร
อ่านนี่แล้ว..จี้ดอ่ะ เราเข้าข่ายนั้นสินะ บางทีเรารู้แต่ก็บางทีก็ทำไม่ได้เหมือนกัน
เรียนมา​แล้ว​ไม่​ได้​ใช้งานอะ​ไรเลย​ ​เสียดายเงิน​ ​เสียดายเวลาที่​เดินทางไปเรียนหนังสือมาก
ไอ้ตรงนี้แหละที่เคยคิด แต่อ่านแล้วเป็นกำลังใจดีครับ
ผมเป็นโรคติดเทคโนโลยีชัวร์ครับ
หลายข้อมาก

เนื้อหาตรงเรื่องการศึกษา ผมขอมอบ Hot! ให้ครับ
จะแก้ปัญหาการศึกษา ไม่ใช่แก้ที่ระบบเพียงอย่างเดียว แต่ต้องแก้ที่ผู้ศึกษาด้วยครับ

#26 By D û D e ` z on 2008-04-28 21:14

ผม...โดน ห้ามอยู่ครับ...ในตอนนี้

พ่อว่าผมหนักเกินไปแล้ว มันก็จริงนะ

จาก สิห้ส ชั่วโมง เหลือ ไม่ถึง 5 ชัี่วโมง

ผมต้องทนให้ได้....


เพื่อจะได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง...


ตัดไม่ได้จริงๆ exteen เนี่ย

งด M งด Hi5 งดได้


แต่เลิกเรียน ทำไม่ได้อย่างที่พี่ว่านะครับ

ผมเห็นด้วยกับคำที่ว่า เรียนไปเถอะ...

ปล. วันก่อนเจอพม่า พูด Eng ชัดแจ๋ว เช่นกัน

#27 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-04-29 08:40

เมื่อก่อนก็เคยนะแต่ตอนนี้เลิกแล้วจ้าconfused smile

#28 By robocon on 2008-04-29 09:52

เคยหายติดเพราะไม่มีคอมเป็นองตัวเองเป็นเวลาสามเดือน แต่พอกลับมามีก็ดันเล่นจนเผลอทำตัวเองติดอีกsad smile

sad smile

อยากลดแต่วินัยไม่ค่อยจะมีเลยทำได้แค่พูดอย่างเดียวconfused smile

#29 By 「Mysteryくん」 on 2008-04-29 11:51

ติดเหมือนกัน ต้องหางานอดิเรกทำ จะได้ไม่ติดมันมาก เปลืองค่าไฟ

#30 By देवता on 2008-04-29 12:08

นิเกะ View my profile

Recommend

Favourites