เคยสงสัยไหมครับ ว่าทำไมคนทำงานด้านทักษะถึงไม่นิยมไปสังกัดบริษัท ? ทั้ง ๆ ที่บางบริษัทก็สามารถจ้างไปนั่งเล่นทั้งวันเพื่อทำงานจริง ๆ แค่นิดเดียว... สบายขนาดนั้นทำไมไม่ไป ? ชีวิตลุ่ม ๆ ดอน ๆ มันดีตรงไหน ? และระดับไหนถึงจะ ฟรีแลนซ์ ได้ โดยไม่อดตาย ? สิ่งดี ๆ และ ไม่ดี ที่ฟรีแลนซ์เจอ มีอะไรบ้าง ?

พฤติกรรมแบบไหนที่คนฟรีแลนซ์ ไม่ควรปฏิบัติ ? ทำตัวอย่างไรให้มีงานทำทั้งปี ? ผมมาเล่าให้ฟังในฐานะ ฟรีแลนซ์เล็ก ๆ คนหนึ่ง ที่ไม่สามารถใช้ภาษาของ "คนรู้จริง" ได้เหมือนคนอื่นเขา

เอาภาษาคนทั่วไปนี่แหละ้

--------------------------

ฟรีแลนซ์ หรือ หอกเสรี ในฐานะที่ผมทำงานตรงนี้ผมบอกตรง ๆ ว่า ผมไม่เคยใช้คำว่า ฟรีแลนซ์ แทนอาชีพของตัวเองเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะออกมาจากปากคนอื่นที่ไม่ได้ทำงานอิสระ ซึ่งคำ ๆ นี้เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่าหมายถึง อาชีพที่ไม่ขึ้นตรงกับองค์กรใดนี่แหละครับ ทำให้ชีวิตมีค่าขึ้นมาโดยตั้งใจ ด้วยความพยายามฝึกฝนจนฝีมืออยู่ในระดับมาตรฐานความต้องการของตลาดที่ "ไม่กินของดิบ ๆ และ ไม่โง่" ทำให้สายอาชีพประเภทนี้สามารถครองตนอยู่ได้ในระยะเวลาหนึ่ง....

แต่สายอาชีพนี้เป็นรูปแบบหนึ่งที่คนหลายคนอยากทำ อยากเป็น ทั้ง ๆ ที่ดูแล้วตัวงานช่างไร้รากและดูไม่มั่นคง อาจเพราะด้วยค่าตอบแทน หรือความสบายใจ อะไรก็แล้วแต่ เป็นสาเหตุของความหอมหวานในสายอาชีพนี้ที่คนทั่วไป อยากทำ แต่ไม่กล้า ด้วยเหตุผลต่าง ๆ ทั้งด้านความสามารถและทุนรอน (ด้านกำลังเงิน และใจที่มุ่งมั่น)

การจะก้าวออกมาเป็นสายอิสระนั้นไม่ง่ายอย่างที่สมัยผมเด็ก ๆ เคยคิดว่ามันง่ายมาก แค่เก่งก็พอ.. ด้วยความจริงที่คนเรานั้นไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่แรก ต้องฝึกฝนฝีมือเป็นเวลานาน และหนักกว่าปกติหลายขุมมาก ซึ่งคนที่เรียกตัวเองว่าอัจฉริยะก็ไม่สามารถใช้เพียงพรสวรรค์ก้าวเข้ามาในดงนี้อย่างสะดวกนักหรอกครับ

ผู้ว่าจ้างส่วนใหญ่นั้นก็คือบริษัทที่เข้าใจตัวเองได้ดีว่า "คนนอกบริษัททำงานเก่งกว่า" และ "พนักงานในบริษัทมีหน้าที่ทำงานประจำ" โดย "ไม่ต้องการจ่ายค่าแรงในส่วนของคนคิดงานมากเกินไป" ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องปกตินะครับ ไม่ใช่การเอารัดเอาเปรียบ

ในด้านคนที่ตัดสินใจจะมาทำงานเป็นมือปืน หรือพลหอกอิสระก็ต้องสำรวจดูตัวเองด้วยนะครับว่าพร้อมหรือยัง บางคนใจพร้อม กายพร้อม แต่ทักษะยังไม่บังเกิด การก้าวเข้ามาในแวดวงนี้ถือว่า มาตาย แท้ ๆ ครับ ซึ่งข้อแนะนำในการสำรวจตัวเองนั้นมีไม่มาก นั่นก็คือ "5 รู้"

1. รู้จักตัวตนและพัฒนาตัวเอง

ด้านความสามารถ ตัวเราทำอะไรเก่งมาก ๆ ไหม เช่น ขี่จักรยานเก่ง ก็ไปขี่จักรยานส่งนมตอนเช้า หรือถ้าเก่งกว่านั้น เช่น ขี่จักรยานปล่อยมือแล้วตีลังกาได้.. ก็ไปเล่นโชว์ตามงานเปิดตัวอะไรซักอย่าง ถ้าเก่งกว่านั้นถึงระดับท้าตายได้ ก็ไปขี่จักรยานเหินเวหาท้ายมบาลก็ไม่ห้ามนะครับ ทำประกันไว้ด้วยล่ะครับ

ด้านนิสัยใจคอ ข้อนี้สำคัญรองลงมา จริง ๆ บางคนให้ความสำคัญเรื่องนี้มากกว่า ความสามารถนะครับ แต่ผมมองว่าสำคัญรองกว่า ซึ่งไม่ได้หมายความว่า ไม่ต้องนิสัยดี ก็มีงานทำ ผมหมายถึงว่า ฝีมือมาก่อน และนิสัยใจคอต้องเป็นมิตรด้วย ไม่สร้างศัตรูโดยไม่จำเป็น (ถึงในใจอยากจะฆ่าใครซักคน ก็ต้องไม่แสดงออกมาชัดเจน)

การรู้จักพัฒนาตัวเองนั้น เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เรามีงานทำตลอดไป ซึ่งจะทำได้ยากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น แต่คนอิสระนั้นได้สร้างทักษะพิเศษที่คนปกติไม่เข้าใจออกมาแล้ว นั่นก็คือ การทำตัวเป็นเด็ก... ไม่ใช่ทำตัวล่อกแล่ก หรือเล่นซนตามประสาเด็กนะครับ การทำตัวเป็นเด็กในที่นี้หมายถึง การรักษาไว้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ความไม่อายการที่จะถาม และการไม่รีรอที่จะเข้าไปเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ .. ผมเห็นคนทำงานบริษัททั่วไปหลายคนก็มีสิ่งนี้อยู่กับตัวนะครับ เพียงแต่เขาทำมันเพื่อความมั่นคงในอาชีพและชีวิต กับคนทำงานอิสระนั้น เรื่องดังกล่าวมันมาทีหลัง แต่ความอยากเรียนรู้มันมาจากก้นบึ้งของความเป็นเด็กเลย.. ทั้ง ๆ ที่ตัวแก่แล้ว นี่แหละ...

ยังไงก็พยายามเก็บอาการให้ได้ด้วยล่ะครับ เดี๋ยวไม่ได้แต่งงานไม่รู้ด้วย...

2. รู้จักคนจ้าง

ถ้าคุณมีความสามารถที่จะขายมัน คุณต้องรู้ว่าคุณจะเอางานไปเสนอใครดี วิธีการที่ไม่แนะนำก็เช่น.. "ตั้งบู๊ตขายภาพราคาหลักแสน ในงานหนังสือการ์ตูน" คุณจะไม่ได้อะไร ได้มาแค่ กูทำแล้ว กูเพิ่งรู้ว่ากูอยู่ผิดที่..

การประเมินว่าเราเหมาะกับลูกค้าส่วนไหนให้เริ่มจากกลุ่มปลายสุดของคนที่จะได้ดูงานเรา เช่น.. ถ้าจะเขียนการ์ตูนเป็นอาชีพ คุณต้องรู้ก่อนไหมว่าคนอ่านที่ชอบแนวของคุณ เขาอ่านหนังสือฉบับไหน และรสนิยมคนอ่านหนังสือการ์ตูนยี่ห้อนั้นเขาชอบอะไรบ้าง แล้วเอาส่วนนั้นมารวมกับสิ่งที่ตรงกับความสามารถตั้งต้นของคุณ เพื่อทำให้งานมันเหมาะกับคนซื้อ แล้วจึงนำงานตัวนั้นไปเสนอกับทาง สนพ. ที่รับ (จริง ๆ ผมเองไม่รู้รายละเอียดพวกนี้หรอกครับ เพราะคนเขียนการ์ตูนขายในไทยนั้นน้อยมาก และน้อยคนที่ประสบความสำเร็จ แต่ยกตัวอย่างให้ดูง่าย ๆ มากกว่าครับ ผมรู้ไม่จริงเรื่องวงการการ์ตูนครับ)

อย่าลืมประเมินลูกค้าด้วยนะครับ.. ผมเองก็เจอบ่อย ๆ ทำงานเสร็จแล้วลูกค้าหนี.... 555 หนีส่วนใหญ่เพราะ เจ๊ง ครับ เขาหมดทุนจนทำต่อไม่ได้ ไม่ใช่เพราะขโมยงานเรานะครับ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นซ้ำซาก ตัวเราก็ต้องมีมาตรการด้วยการ ประเมินสถานะของผู้ว่าจ้างด้วย การทำสัญญาแบ่งจ่ายค่าตอบแทนเป็นทางออกที่ดี แม้จะไม่ได้รับก้อนสุดท้าย แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลยใช่ไหม ?

3. รู้จักให้เกียรติ

สิ่งสำคัญในการจะอยู่ในอาชีพแบบนี้ได้คือการให้เกียรติกับงานของคนอื่น... หน้าที่ติเป็นของลูกค้า หน้าที่ชมก็คือพวกเรากันเองนี่แหละครับ พยายามคิดเสมอว่า การที่เราไม่ได้ทำงานชิ้นไหนจากลูกค้ารายที่เราหมายมั่นว่าต้องได้แน่ ๆ แต่กลับกลายเป็นว่า คนอื่นได้งานไปนั้น ไม่ได้หมายความว่า เราไร้ฝีมือ เพียงแต่องค์ประกอบบางอย่างมากกว่าที่ทำให้เราไม่ได้งานนั้น เช่น แนวทางชิ้นงานของเรามันเกินระดับลูกค้าเป้าหมาย หรือ คนละแนวกับผู้ว่าจ้าง ก็มีมาให้เห็นตลอด ซึ่งตัวเราที่พลาดงานนั้น ๆ ไป ก็ต้องเข้าใจและ "ไม่ไปทำลายคนที่ได้ไป" ซึ่งเรื่องนี้ผมเองอยากจะตำหนิน้อง ๆ รุ่นใหม่บางคนที่ใช้วิธี ทำลายคนอื่นเพื่อให้ได้งานนั้นมาทำ ...

น้อง ๆ หรือพี่ ๆ ทั้งหลายที่ใช้แนวทางการทำลายคนอื่นเพื่อแย่งงานมา โปรดพึงระวัง ท่านได้สร้างศัตรูที่มองไม่เห็นขึ้นมาในใจคนจ้างงานที่ท่านไปปล่อยวิสัยทัศน์ "ติแหลก" นั่นเรียบร้อยแล้ว วันนี้ท่านทำกับคนอื่นไว้ วันข้างหน้า ท่านก็จะได้รับสิ่งนั้นกลับมาที่ตัวท่านเช่นกัน เพราะมันเป็นวัฏจักร ซึ่งในส่วนตัวของผมนั้น ไม่ใช่ว่าชมเขาแล้วจะได้สิ่งดี ๆ อะไรกลับมาหรอกนะครับ เพราะอย่างไรงานชิ้นนั้นเราก็ไม่ได้ทำอยู่แล้ว ผมก็ชมไปเลย ไม่ก็ให้ข้อแนะนำที่แก้ไขได้โดยไม่ต้องแก้ไขรายละเอียดงานมากกว่า เช่น "เสียงเพลงเบาไป" แต่จะไม่บอกว่า เล่นไม่ดี หรือ เพลงไม่เพราะ ทำไมไม่บอก ? ผมไมไ่ด้เป็นกลุ่มลูกค้าน่ะครับ ให้ผู้บริโภคตัดสินจะดีกว่า...

4. รู้จักอดทน

ความสามารถพิเศษของคนรับงานอิสระคือความอดทน ซึ่งไม่จำเป็นต้องทน ถ้าคนจ้างห่วย เข้าใจใช่ไหมครับ ? ผมเป็นคนหนึ่งล่ะที่อดทนเพื่อทำงานกับลูกค้าดี ๆ แต่จะไม่ทนกับคนจ้างไม่ได้เรื่องเช่นกัน ซึ่งการจะแตกหักกับลูกค้านั้นไม่ใช่เรื่องดี แต่ถ้ามันจะเกิดก็ต้องเกิด ต้องย้อนกลับไปคิดเสมอว่าสิ่งที่กำลังจะทำนั้น ชั่งน้ำหนักความเสียหายแล้ว คุ้มกันหรือไม่ ถ้าคุ้ม ก็บอกขอเลิกทำงานไปเลยครับ แต่ถ้าไม่ แล้วเราต้องการเลิกล่ะ ?... ขอให้พยายามคุยเหตุผลในการขอเลิกทำงานให้ดี และหาทางออกที่ไม่เสียหายจะเหมาะสมที่สุดครับ

ควรระลึกไว้เสมอนะครับ ลูกค้าคือคนจ่ายเงิน ... ผู้บริโภคคือพระเจ้า ถ้า่เราไม่ได้นับถือพระเจ้าองค์นั้น ...... เราก็ต้องไม่ดูหมิ่นพระเจ้าที่คนอื่นอาจนับถืออยู่เช่นกัน......

5. รู้จักนำเสนอ

ทำงานเก่งให้ตาย ก็เท่านั้น ถ้าไม่รู้จักการนำเสนอ.. อย่างที่บอกว่า การรู้จักลูกค้าของเรานั้นสำคัญ  แต่การถ่ายทอดสิ่งที่เรามีให้กับลูกค้านี่สำคัญที่สุด เราต้องแสดงให้คนจ้างงานเห็นว่า เรานั้น "รู้จักตัวเอง" "รู้จักลูกค้า" "รู้จักให้เกียรติ" และ "รู้จักอดทน" ได้มากน้อยแค่ไหนด้วยนะครับ การเสนอตัว หรือการที่จะทำให้ผู้จ้างติดต่อมาหาเรานั้น เราต้องทำให้เขามั่นใจว่า "จ้างถูกคน" แน่ ๆ

เตือนไว้อย่างหนึ่งนะครับ กับคนที่อยากจะก้าวมาสัมผัสอาชีพประเภทนี้.. คนจ้างต้องการเห็น "งานที่สมบูรณ์ หรือเกือบสมบูรณ์แบบ" ถ้าตอนนี้คุณทำได้แค่ "พูด" อย่ามาหาลูกค้าครับ จงกลับไปทำให้เป็นรูปเป็นร่างที่ "ดูดี" แล้วค่อยมาพูดจะง่ายกว่า. ไม่มีผู้จ้างคนไหนอยากเอาเงินของเขามาเสี่ยงกับคนที่ไม่มีชิ้นงานที่คุ้มค่าหรอกนะครับ เน้นนะครับ ชิ้นงานที่คุ้มค่า ไม่ใช่ชิ้นงาน "ห่า" อะไรก็ไม่รู้

วิสัยทัศน์ของคนทำงานทักษะแบบฟรีแลนซ์นั้น ผิดแผกแตกต่างกับคนมีสังกัด (บางคน) อยู่อย่างหนึ่งก็คือความใจกว้างในความสามารถ การทำสัญญากับใคร ไม่จำเป็นต้องเป็นตัวหนังสือ เพราะความซื่อสัตย์นั้นเป็นสิ่งสำคัญมากพอกับการทำงาน คนไม่ซื่อสัตย์ส่วนใหญ่จะอยู่ในวงการได้ไม่นาน (แล้วมันไปอยู่ที่ไหน ก็ขอให้บริษัทนั้นคุมให้อยู่หมัดนะครับ แต่จะรู้เหรอ ?) จึงไม่น่าแปลกใจว่าน้อยคนนักที่จะคงอยู่ในสถานะฟรีแลนซ์ได้ตลอดไป

สำหรับตัวผม ที่หันมาทำเพลงเกมนั้น ไม่ใช่เพราะผมชอบเล่นเกมหรอกครับ แต่ผมชอบดูคนเล่นเกม

และจะมีความสุขมากขึ้น...

ถ้าเกมที่ผมกำลังดูอยู่นั้น

 

กำลังเล่นเพลงที่ผมทำ

 

จริง ๆ นะ...

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Hot! หลายๆเรื่องเลยฮะ ที่ไม่ต้องอยู่ในอาชีพฟรีแลนก็ต้องทำ ไม่ใ่ช่ว่าเช้าชามเย็นชามก็มีเงินเดือนกินทุกเดือน

ว่าเข้าไปนั่น ผมยังเอาเกรดม.4ไม่รอด

#1 By SanokI on 2008-02-27 11:37

ถูกครับ...น่าจะเป็นประโยชน์มากๆเลยกับรุ่นน้อง

ขอเสริมเผื่อสองข้อ

1เตรียมพอรตผลงานไว้ให้พร้อมเสมอ โอกาศบางทีมาแค่ชั่วพริบตา และต้องการคนที่พร้อมทำงาน

2งานชิ้ีนที่กำลังทำ้คือบันไดต่อไปงานชิ้นหน้า
ทำทำห่วยมันก็จะเป็นบันไดลง..ถ้าทำดีมันก็จะเป็นบันไดขึ้น


คนเขาว่างานฟรีแลนซ์ไม่มั่นคง แต่ผมว่า งานสายครีเอทีฟ โดยเฉพาะด้านการตูนเกม ทั้งหมด ไม่มีอันใหนมั่นคงหรอกครับ ต่อให้เ้ป็นงานประจำ...

มั่นคงไม่มั่นคงอยุ่ที่ฝีมือกับไอเดีย...ครับ หมดเมื่อไรไม่ว่างานประจำรึไม่ก็ตาย...
ต้องดิ้นรนกันไป

#2 By garun on 2008-02-27 11:44

Hot! ให้คำแนะนำได้ดีครับ

#3 By mastermune on 2008-02-27 11:52

Hot!

นิเกะไปทำเพลงเกม SRW ทีสิ
นู๋เอาไปฟังทุกคืนเลย :P

#4 By JoyKa on 2008-02-27 12:49

ให้ข้อคิดดีครับ การเป็นฟรีแลนซ์ไม่ได้แค่ต้องมีควาทมสามารถและชอบ แต่ต้องมีความอดทนสูงจริงๆ เวลาได้เห็นผู้บริโภคชอบผลงาน มันก็มีความสุขจริงๆแหละนะ
จริงทุกประการเลย
อยากจะบอกว่าบางทีก็อยากกรี๊ดใส่หน้าคนจ้างเหมือนกัน
แต่ต้องอดทน เขาเป็นคนจ่ายเงินนี่นะ

ปล. ขอเพิ่มเติมนิด ต้องมี connection เยอะ ๆ งานจะได้ไม่ขาดมือ question

#6 By pisces on 2008-02-27 19:20

มีประโยชน์แล้วก็เป็นการแนะแนวทางที่ดีมากๆเลยค่ะ
ได้ยินมาบ่อยๆสำหรับอาชีพฟรีแลนซ์ แต่ก็ยังไม่รู้ถึงรายละเอียดอะไรมากนัก

ช่วงนี้เจอเอนทรี่ดีๆเกี่ยวกับการทำงานที่ว่าด้วยความเป็นจริงบ่อย ดีจังเลย
เอนทรี่นี้ก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ :D

Hot!

#7 By ตาลเอง on 2008-02-27 19:49

เป็นเอนทรี่ที่มีประโยชน์ดีมากๆครับ

ขอถือวิสาสะให้ Hot! นะครับ

#8 By PentaX on 2008-02-27 20:10

ข้อ 5 นี่เห็นด้วยขั้นรุนแรง

ปากหมา แต่ยังรู้จักใครเกียรติ คงยังพอคบได้

ปล. Freelance ก็เป็นมืออาชีตได้


มือปืนรับจ้ง ><

#9 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-02-27 21:23

อาชีพฟรีแลนด์ก็เคยอยากทำดูนะคะ แต่คิดว่า คงจะทำได้ยากเหมือนกัน แต่ก็ขึ้นอยู่กับความตั้งใจจริงด้วยล่ะมั้งคะ

#10 By O-oBo-O on 2008-02-27 21:41

อยากจะเป็นฟรีแลนซ์แบบเต็มๆ อยู่ เพราะอยากได้อิสระ แต่ก็รู้สึกว่าตัวเองยังขาดอะไรไป (น่าจะเป็นข้อ 5 อะไรก็อืม อืมตลอดเลยเรา) ขอบคุณมากค่ะสำหรับคำแนะนำ Hot!

#11 By honeynut on 2008-02-27 21:57

ว้าว ชอบตอนสุดท้ายมากเลย

แต่คิดว่าการติก็ดีเหมือนกันนะคะ(ถ้าคนติเค้าหวังดีจริงๆ
ว่าอยากให้เราพัฒนา ไม่ใช่เพราะอิจฉาหรืออื่นๆ)
เพราะคนเค้าไม่กล้าติกันหรอกค่ะ กลัวผิดใจกัน

#12 By TaLgY on 2008-02-27 23:05

อ้อ อ่านไม่ละเอียด ขอโทษค่ะ
เรียกจากติเป็นข้อแนะนำอย่างที่ีพี่บอกดีกว่า

#13 By TaLgY on 2008-02-27 23:06

ชอบๆๆ big smile

#14 By Bickboon on 2008-02-28 00:01

ปัจจุบันเป็นฟรีแลนซ์อยู่ พอได้มาอ่านเอนทรี่นี้แล้วเข้าใจในอาชีพขึ้นมากเลยค่ะ ขอเก็บคำแนะนำนี้ไปใช้นะคะ

ทำงานฟรีแลนซ์ที่เป็นงานที่ชอบ มันก็เกือบจะเหมือนไม่ได้ทำงานเลยค่ะ มีความสุขสุดๆ ยกเว้นตอนมีปัญหากับลูกค้ากับโดนเร่งงานนะคะ sad smile

Hot!

#15 By Ares on 2008-02-28 01:14

เคยเป็น Freelance ตอนเรียนมหาลัย
ตอนนี้ก็มาประจำก่ะบริษัทที่เคยทำแระครับ
ทำให้รู้ว่า
Freelance ดีหนักหนา เว้นแต่ว่า งานมาไม่ประจำ
สำหรับผม มือปืนมันก็มีข้อดีข้อเสียหลายอย่างครับ
ต้องรู้จักบริหารเงินทองอีกต่างหาก เพราะเราไม่รู้ว่าไอ้เงินก้อนที่ได้มาเนี่ยเราจะต้องใช้ถึงเมื่อไหร่ ถ้าเรามี connection เยอะก็ถือเป็นเรื่องดีครับ แต่กว่าจะสร้าง connection ได้แต่ละรายไม่ใช่เรื่องง่าย ก็ต้องอาศัย "5 รู้" อย่างที่คุณบอกแหล่ะครับ นอกนั้นมันก็คงเป็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ

เป็นมือปืนมาเกือบสิบปี ผมเจอ "ผู้ว่าจ้าง" มาแล้วแทบทุกประเภทครับ ไอ้แบบที่เบี้ยวเงินก็โดนมาเยอะช่วงแรกๆ ไอ้ที่ห่วยๆ เราก็ต้องรู้จักวิธีจัดการกับพวกนี้ สรุปว่า connection เยอะ ก็ไม่ได้ดีเสมอไป เลือกเฉพาะที่คิดว่าเหมาะกับเราและเราเหมาะกับมันมากที่สุดจะดีกว่า

ถ้าถามว่ามันเป็นยากมั้ย มือปืนเนี่ย ผมขอตอบว่า ไม่ยาก และไม่ง่าย ถ้าเป็นเด็กที่จบใหม่ๆมาถามผม ผมจะแนะนำว่า .. "คิดให้ดีๆนะ" เพราะคุณต้องยอมแลกกับหลายๆอย่างเพื่อคำว่า "อิสระ" ในแบบที่คุณหวังไว้

อย่างน้อยๆ ก็โบนัส และสวัสดิการทั้งหลาย ที่คุณไม่มีวันได้
Hot!

#17 By inane on 2008-02-28 08:55

Hot!

สุดยอดเลยครับ ^^ ต้องรู้ให้ครบถ้วน จึงจะทำงานได้ดีใช่มั้ยพี่ โดยเฉพาะข้อ 4

#18 By on 2008-02-28 09:27

อาา...ถูกต้องที่สุ ด ฟรีแลนซ์มีอะไรที่มากกว่าคำว่า "อิสระ" จริงๆค่ะ Hot!

ชอบที่คุณบอกว่า

"สำหรับตัวผม ที่หันมาทำเพลงเกมนั้น ไม่ใช่เพราะผมชอบเล่นเกมหรอกครับ แต่ผมชอบดูคนเล่นเกม
และจะมีความสุขมากขึ้น...ถ้าเกมที่ผมกำลังดูอยู่นั้น
กำลังเล่นเพลงที่ผมทำ"

เห็นด้วยอย่างที่สุด!

#19 By Art VS. Ying on 2008-02-28 10:51

เยี่ยมไปเลยครับbig smile

#20 By wasin on 2008-02-28 10:57

ข้อ3อาจจะยากสำหรับผมหน่อย เพราะผมอยู่ในสังคมที่พูดกันตรงไปตรงมา(ไม่ได้เป็นเพื่อนหรือญาติพี่น้องผมด้วย)

ติชมไม่มีใครว่า เรื่องด่าเป็นเรื่องธรรมชาติ อย่าเสียเวลาเก็บมาคิดเล็กคิดน้อย

ผมก็เลยติดนิสัยแบบว่า ถ้าจะให้พูดแต่เรื่องดีๆ สู้อย่าให้ผมพูดเลยจะดีกว่า ชมน่ะชมเป็นอยู่แล้ว แต่ผมเกลียดการหลอกตัวเองกับสิ่งที่ไม่ใช่


ป.ล. ผมชอบแนวคิดอันสุดท้ายของคุณนะครับ
สวัสดีครับ ผมอ่านบทความนี้แล้วได้ข้อคิดใหม่ๆ

ตัวผมเองเป็นนักเขียนบทความเกมอิสระ ซึ่งปกติจะเขียนลงเว็บ Online Station ครับส่วนจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของผมก็เส้นทางเดียวกับคุณเลย เพราะผมฝันไว้ว่าจะเป็นนักพัฒนาเกมสายเลือดไทยแท้ๆ

บางข้อที่คุณเขียนมา ผมทำตรงกันข้ามครับ เช่นในข้อ 3 และ 4 ผมจะให้เกียรติกับคนที่สมควรจะได้เท่านั้น ถ้าเขาทำงานผิด ทำงานไม่ดี ทำงานชุ่ย ถึงเป็น Editor ที่น่าจะดูใหญ่กว่านักเขียนอิสระ ผมก็ด่าครับ ยกตัวอย่างกรณีนึงเขาเป็น Editor แต่ชอบใช้ภาษาเด็กแนวในการพิมพ์ผมก็ติ เขาไปตั้งกระทู้ขำไม่ออกว่าผู้สร้าง FF13 ตัดสินใจเอาเกมลง Xbox 360 ซึ่งไม่เป็นความจริง ผมก็เล่นเขาซะจนต้องแอบมาลบกระทู้นั้นไปเลยมั้ง

ส่วนข้อ 4 ให้อดทนแต่ไม่ต้องทนกับนายจ้างห่วยๆ สำหรับผมถ้านายจ้างห่วยแต่เขามีจิตใจดี เป็นคนที่มีความคิดความอ่านน่านับถือ ผมก็ชอบที่จะอยู่กับพวกเขานะ แอบแนะนำเขาทั้งแบบตรงๆ หรือไม่ก็อ้อมๆ อ้อมแบบไกลมากก็มี แต่ก็ไม่เคยมองว่าเราเหนือกว่าเขา เพราะเขาทำงานมานานกว่าเราหลายๆ อย่างเราก็สามารถดูเขาเป็นตัวอย่างแล้วเอาสิ่งที่ดีมาใช้เป็นแนวทางของเราได้ confused smile

#22 By Seraphicia on 2008-02-28 12:17

สุดยอด Hot!

#23 By Vichyasviel von Einzbern on 2008-02-28 13:57

ขนลุกกะประโยคหลังคับ
ให้ดาวไปเลยHot!เขียนได้ดีมากๆ

#24 By Yong on 2008-02-28 15:09

ถูกครับ เอามีดไปแทงหลังคนอื่น
วันหลังจะโดนแทงคืน 10 เล่ม tongue
ถูกต้องเลยคะ! โดยส่วนตัวเห็นด้วยหมดทุกข้อละและชอบใจกับข้อ 3 กะ 4 เป็นพิเศษ มันเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆกับคนที่ทำงานด้านสายนี้เลยคะcry

#26 By ซัสจี้ on 2008-02-28 20:34

ดีจังค่ะ เราไม่ถือว่าเป็นแต่ก็เหมือนซะsad smile

#27 By beautiful_sad on 2008-02-28 21:06

Hot! Hot! Hot!

#28 By จิปาถะ on 2008-02-28 22:46

เราว่าที่จริงแล้วคนที่ทำงานประจำก็จำเป็นที่จะมี 5 รุ้นะคะ

อ่านแล้วชอบมากค่ะ big smile Hot!
จดทะเบียนเปิด Website แค่ 499 บาท สิ้นปียังมีเงินปันผลให้อย่างคุ้ม (ถึงแม้จะไม่มีการปรับปรุงหรือใช้ Website ใด ๆ เลย) เหมือนการฝากเงินทุก ๆ ปี ปีละ 499 บาท (ค่าใช้จ่ายในการต่ออายุ Website) แต่ดอกเบี้ยนั้นมากมายและมากกว่าอย่างไม่น่าเชื่อ และยังมีการสอนทำ Website ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น
สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกเรยย >> http://jamoney.tht.in
มาร่วมทำธุรกิจกับเราด้วยเงินแค่ 499 บาท สิคะ!!!!!

#31 By Jamoney (202.149.24.129) on 2008-06-05 15:35

จดทะเบียนเปิด Website แค่ 499 บาท สิ้นปียังมีเงินปันผลให้อย่างคุ้ม (ถึงแม้จะไม่มีการปรับปรุงหรือใช้ Website ใด ๆ เลย) เหมือนการฝากเงินทุก ๆ ปี ปีละ 499 บาท (ค่าใช้จ่ายในการต่ออายุ Website) แต่ดอกเบี้ยนั้นมากมายและมากกว่าอย่างไม่น่าเชื่อ และยังมีการสอนทำ Website ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น
สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกเรยย >> http://jamoney.tht.in
มาร่วมทำธุรกิจกับเราด้วยเงินแค่ 499 บาท สิคะ!!!!!

#32 By Jamoney (202.149.24.129) on 2008-06-05 15:47

นิเกะ View my profile

Creative Commons License
.