ก่อนจะเริ่มก็ไม่รู้ว่าจะมีกี่ท่านที่ได้กลับไปอ่านเอ็นทรี่ก่อนหน้า ผมได้ตอบไว้แล้วว่า ทำไมอยากให้ไม้เรียวกลับมา และทำไมถึงสนับสนุนให้ผู้ใหญ่ตีเด็ก แล้วมันดียังไง คนที่เคยโดนตีจะเข้าใจได้เองยามที่โตขึ้นครับ

คราวนี้ ผมก็มาเล่าเรื่องทหาร... เดี๋ยวก่อน... ไม่ใช่ว่าผมเพิ่งอายุเข้าเกณฑ์หรอกนะครับ ผมเคยเป็นทหารเกณฑ์เมื่อ 10 ปีก่อนพอดีครับ เลยจะมาเล่าชีวิตทหารเกณฑ์ ของ 10 ปีที่แล้วให้รับทราบโดยคร่าว ๆ..

ผมไม่ทราบว่าสมัยนี้เปลี่ยนไปบ้างมากน้อยเท่าไหร่ ใครเคยหรือกำลังเป็นอยู่ก็มาแชร์ประสบการณ์กันบ้างนะครับ เพราะอีกไม่กี่เดือนก็จะถึงฤดูการเกณฑ์ทหารแล้ว น้อง ๆ ที่ได้เวลาจะได้ไม่หนีทหารครับ..

---------------------

ด้วยสมัยเด็กของผมนั้น ไม่ค่อยมีจะกินเท่าไหร่ การเรียนวิชา ร.ด. หรือรักษาดินแดน จึงไม่ได้เข้าศึกษาแบบเพื่อนคนอื่น ๆ .. ต้องไปเป็นทหารเกณฑ์น่ะครับ แต่ผมก็ใช้วิธีผ่อนผันเรื่อยมาจนเรียนจบมหาวิทยาลัยรามคำแหง แล้ววันเรียนจบก็มาถึง.. ช่วงนั้นปี 2540 ครับ เรียนจบมาก็ว่างงานเลย... เจอเรื่องราวมากมาย สมัยนั้น ผมเป็นเด็กที่จิตใจอ่อนแอมากครับ แม้จะถูกเข้มงวดเสมอมา แต่ก็ไม่ได้รู้สึกตัวว่าต้องเข้มแข็งเท่าไหร่ เพราะเป็นวัยรุ่นที่ชอบทำอะไรห่าม ๆ เวลาทำอะไรก็เลยบ้า ๆ บอ เหมือนคนบ้า (กว่าทุกวันนี้เยอะ) ตกงานยาวมาจนถึงช่วงปี 2541 เลยคุยกับพ่อว่า "ผมจะเกณฑ์ทหาร"

พอถึงช่วงเกณฑผมจำไม่ค่อยได้ครับว่าปลายเดือนเมษาหรือเปล่า. ผมไปหาสัสดีเพื่อปรึกษาว่าจะขอ "ลดสิทธิ์" การเป็นทหาร 2 ปี ให้เหลือ 6 เดือนได้อย่างไร สัสดีท่านก็ใจดีครับ แนะนำทุกอย่างเลย ด้วยความที่ผมเป็นคนพูดคุยเรียบร้อย (จริง ๆ) ท่านก็เอ็นดูขั้น..... จำให้ดีนะครับ พูดเพราะ ๆ มันช่วยได้

วันที่ไปเกณฑ์ ผมแสดงความจำนงขอสมัคร ท่านสัสดีบอกผมที่นั่นเลยว่าไปยื่นความจำนงพร้อมวุฒิการศึกษาที่ด้านหลังอาคาร !! บึ๋ย !!!!!!!

ส่วนไอ้ที่มันเตรียมวุฒิการศึกษามาขอลดสิทธิ์ของชายไทยให้มันลดลงบ้างตรงหน้าสัสดี... ท่านก็หยิบมาดูแล้วคืนไป !!!!!! นั่นมัน..... (กรุณาเปิดเพลง จำห่างร้างไกลแฟนจากน้อง 2 ปีกลับมา...) ครับ อยู่ไปเลย 2 ปีครับ ไม่มีว่าสมัครแล้วได้ลดสิทธิอัตโนมัิติหรอก...

หลังจากเสร็จกระบวนการวัดตัวที่วัดยังไงก็ผ่าน นิ้วหลุดนิ้วขาดก็เข้ารอบ ไม่ต้องกลัว....(จ้ากก ) ก็นัดวันครับ รุ่งขึ้นไปกันเลย ... อ่า... สมัยก่อนยุคของผม อาบอกว่าเขาเอาไปเลยวันนั้นล่ะครับ ไม่นัดวันกันหรอก นี่ดีกว่าเยอะ...

พอไปถึงสตหีบ (จ.ชลบุรี).... จังหวัดผมมันต้องเป็นทหารเรือครับ (สมุทรปราการ) บางคนบอกอยากเป็นทหารบกเพราะ "ชุดเสื้อผ้า" โธ่ถัง เล่นคิดเหมือนเด็กสาวบางคนที่เลือกเรียนสถาบันที่ชุดน่ารัก ๆ เลยนะหนุ่ม..

อาหารการกินมื้อแรกนั้นไม่อร่อยเลย... กินกันได้อย่างไร ข้าวที่หุงแล้วเวลากินต้องแซะเป็นก้อน ๆ แบบนั้น... แกงมะเขือไร่ ไก่โล (แปลว่า ทำทีละเยอะ ๆ ระดับมะเขือหมดเป็นไร่ แต่ใส่ไก่ไปเพียงกิโลเดียว เลี้ยงคนเป็นพัน ๆ คน) ความคิดอ่อน ๆ แบบนั้นมันล้นทะลักในวันแรก วินาทีแรกของการกินอาหารล่ะครับ ก็เพราะพวกผมเป็นพวกไปถึงก่อนทหารจากที่อื่น ๆ แล้วต้องมานั่ง ๆ นอน ๆ รอ ก็ต้องกินไปบ่นไปเรื่อย ๆ ครับ.. ไม่อร่อยเลย จนกระทั่งทหารมาครบ.... การฝึกจึงเริ่มขึ้น

เป้าหมายของสถานที่แรกนี้คือการฝึกเดินสวนสนามครับ ที่ศูนย์ฝึกทหารใหม่ เป็นที่สำหรับ ดัดแปลง คนธรรมดาให้พร้อมรับกับการเป็นทหารเบื้องต้นคือการสวนสนามด้วยการฝึกกระบวนต่าง ๆ เป็นเวลา 2 เดือนทุกวันจนการเดินสวนสนามจะผ่านพ้นไป

หลังจากฝึกวันแรก.. อาหารที่ไม่อร่อยนั่น.. ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้วครับ กินได้มาก และรับประทานอย่างเรียบร้อย หิวเพียงไหนก็เรียบร้อยครับ ไม่งั้นอดกินกันทั้งโรงอาหาร มันจะซวยไม่รู้ตัว... (เล่นทำคนหลักพันไม่ได้กินเพราะเรานี่ ตาย)

หลังจากจบหลักสูตรที่ศูนย์ฝึกทหารใหม่ ก็ต้องแยกกรมแยกกองไป ครับ ชีวิตทหารจริง ๆ มันเพิ่งเริ่มเท่านั้นเอง

การรับน้องใหม่ของกรมกองใหม่นั้นไม่ธรรมดา ระดับที่เรียกว่า "มึงฆ่ากูให้ตายดีกว่าไหม" นี่ผมคิดไปเองจริง ๆ ครับ การฝึกทหารนั้น สิ่งสำคัญคือกำลังใจ ครูฝึกจะทำทุกอย่างให้คุณอ่อนแอ เขาจะไม่แตะเนื้อต้องตัวคุณเลยครับ น่าทึ่งมาก ไม่มีการตี ไม่ด่าด้วย แต่คนถูกฝึกจะอยากโดนตีหรือโดนด่าแทนเลย .. ใครอยากอบรมลูกแบบไม่ตีด้วยวิธีของทหารนี่ อย่าเอาไปทำนะครับ ครูฝึกจำเป็นต้องทำลายจิตใจของมนุษย์ธรรมดาของเราให้กลายเป็นทหารครับ มาเป็นทหารแล้ว ไม่ว่าจะสมัครใจหรือไม่ ท่านก็ต้องเป็นทหารครับ เขาไม่มาบอกเราด้วยว่าการฝึกโหด ๆ นั้นทำไปเพื่ออะไร โหดขั้นที่เรียกว่า ร.ด. ที่ว่าฝึกหนัก ๆ มาเจอหน่วยผมก็ไม่อยากมา เอ๋...?? ก็... ที่ผมได้ไปนั่นคือ ส.อ.ร.ฝ หรือหน่วยต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งฐานทัพเรือสงขลา เป็นหน่วยก่อสร้างที่สังกัดกับ ส.อ.ร.ฝ ก็ต้องฝึกเฉกเช่นเดียวกัน บางคนสงสัยว่า ส.อ.ร.ฝ. ทำไมโหด .. ก็ความสำคัญระดับน้อง ๆ นาวิกโยธิน ไงครับ... อิอิ ยกตัวอย่างง่าย ๆ นะครับ....

วันแรกที่ไป พวกเรามีแต่ชุดกะลาสีธรรมดาไป ก็ต้องไปรับเครื่องแบบลายพราง เขาก็ให้เราเดินแถวแบบสวนสนามแหละครับ คราวนี้ครูฝึกท่านไม่ได้มาคนเดียว แต่เขาประกบหน้าหลังพวกเราด้วย แล้วก็โดน... 1 ในนั้น ไม่รู้ใคร มันร้องเพลงหะเบสสมอพลันไม่ได้ มันร้อง งำ ๆ ๆ ๆ ๆ เลยต้องตีลังกาไปรับชุด มันไกลมากเลยครับ พวกเราได้ตีลังกากันเกือบชั่วโมงกว่าจะถึงที่รับชุด....

มารู้หลังจากฝึกเสร็จว่า มันอยู่ห่างจากจุดเริ่มตีลังกานั่นแค่ 10 เมตร.. แล้วนี่เราตีลังกาไปไหนกันบ้างหว่า..

ร่างกายนี่หมดไปตั้งแต่ตีลังกาแล้วครับ เรื่องใจนี่ถอดลอยหายไปตั้งแต่เริ่มตีแล้ว.. ผมว่าผมเล่าแค่นี้พอดีกว่า เพราะถ้าเล่าหมด จะคิดเกินเลยจากจริงไปเยอะมันจะแย่ล่ะครับ เพราะมันไม่ได้เลวร้ายเท่าไหร่ นอกจากเหนื่อย

มีหลายคนเข้าโรงพยาบาล (รวมผมด้วย) และบางคน "ตาย" เพราะเป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว แต่ไม่ทราบว่าป่วย ขอแสดงความเสียใจกับเพื่อนบางคนที่ตายไปด้วยครับ ทหารไม่ผิดนะครับ ไม่มีใครทราบว่าใครป่วยเป็นโรคหัวใจหรอกครับที่นั่น จึงไม่ใช่สิ่งที่จะเอามาบอกว่าเป็นทหารก็เหมือนไปตาย มันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้มากกว่าครับ

หลังรับน้องผมได้อยู่หน่วยภาระกิจทำความสะอาด "กราบพัก" หรือที่พักของทหารนี่แหละครับ ด้วยความที่ลดสิทธิ์ ก็เลยได้ลดหน้าที่สบายหน่อย โดยดูและตั้งแต่กวาดถูอาคารไปจนถึงล้างส้วม.. ดูงานเบาดีเนาะ ลองคิดสภาพนะครับ ที่พักสำหรับทหาร 500 นาย มันกว้างใหญ่แค่ไหนกันเชียว ห้องน้ำที่สามารถอาบได้พร้อมกันทีละ 300 นาย โถฉี่สำหรับฉี่ได้ทีละ 20 นาย และห้องส้วมสำหรับทหารทำธุระพร้อม ๆ กัน10 นายได้... นึกถึงวันนั้นยังขำเลยครับ ผมล้างห้องน้ำกวาดถูอาคารทั้งวัน แต่มันสามารถเลอะเหมือนเดิมได้ภายในเวลา 5 นาที ห้องน้ำที่ดูสกปรกเลอะเทอะทุกวัน ถ้าผมไม่ทำให้สะอาด มันจะเละเทะกว่าที่เห็นขนาดไหนเนี่ย....

เพื่อนคนอื่น ๆ ก็มีหน้าที่ทำกันทุกคนครับ ในวันหยุดก็จะมาพัฒนาที่พักอาศัยให้ร่มเย็นสวยงาม ถางหญ้าเนื้อที่... หลายไร่... เก็บขยะตามขอบชายหาดทะเล...ไม่กี่กิโลหรอก แค่เดินไปได้ทั้งวันยันเย็น ดีแล้วครับ อยู่ว่างมากก็คิดมาก มีอะไรทำทั้งวันนี่ก็ดีไปอย่าง ได้เดินเล่นชายทะเลเลยล่ะ

ทหารมีหน้าที่ต้องปฏิบัติโดยเคร่งครัด มีกิจวัตรเช้า กลางวัน เย็น ที่เป็นระบบ ใครแตกแถว จะถูกลงโทษทางวินัยทุกคน ถ้าไม่อยากให้เพื่อนเดือดร้อนเพราะเรา เราก็ต้องพยายาม นี่เป็นจิตวิทยาที่เยี่ยมยอดครับ

ในช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ได้ใช้ชีวิตอยู่เป็นทหารเกณฑ์ ผมเห็นความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ของตัวเองและเพื่อน ๆ รอบข้างในทางที่ดีขึ้น จากวันแรกจนถึงวันปลด จนถึงวันนี้ ไม่มีวันไหนที่นึกเสียใจเลยที่เป็นทหาร เวลาไปทำงาน เราก็อึด โดนด่า ก็เฉย ถูกกลั่นแกล้งก็ไม่รู้สึกอะไร อยากทำอะไรก็จะพยายามมุ่งมั่นจนถึงที่สุด ซึ่งหาไม่ได้จากการเลี้ยงดูทั่ว ๆ ไป (บางบ้านสอนลูกเข้มงวดตั้งแต่เกิดนี่ยกไว้ต่างหากนะครับ

ชีวิตทหารนั้นต้องทำความเข้าใจกันนะครับ โลกของทหาร ไม่ใช่โลกของคนธรรมดา คุณไม่จำเป็นต้องเข้าใจ คุณไม่จำเป็นต้องทราบเหตุผล จงระลึกไว้ตลอดเวลาว่า เราทำทุกอย่างเพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งถือว่าเป็นโลกที่เข้มแข็งด้านความคิด และมีผลกับผมมาจนทุกวันนี้ การฝึก การทำโทษ หรือการฝึกวินัย ถือเป็นสิ่งธรรมดาของทหาร เราต้องเข้มแข็งเพื่อรักษาประเทศชาติ เราต้องช่วยงานด้านศาสนาต่าง ๆ และยกย่องเทิดทูนสถาบันกษัตริย์เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม สิ่งเหล่านี้ถือเป็นความมั่นคงต่อจิตใจไม่มีวันสูญไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่

มีเรื่องขำ ๆ เกี่ยวกับข่าวลือ ลม ๆ แล้ง ๆ ครับ "ทหารเขาจะเลิกเกณฑ์กันแล้ว อีกไม่นานเขาจะให้สมัครแทน" เชื่อว่าน้อง ๆ ผู้ชายสมัยนี้ก็คงได้ยินข่าวลือนี้เหมือนผมแน่ ๆ .. ผมได้ยินข่าวนี้ครั้งแรกตั้งแต่สมัยประถมแล้วครับ แล้วผมก็เคยไปถามผู้ใหญ่ที่แก่กว่าผมแถวบ้าน ก็บอกว่า ข่าวนี้เขาก็ได้ยินมานานแล้วเช่นกัน

ข่าวลือ ก็คือข่าวลือครับ ถ้าถึงเวลาของน้อง ๆ คนไหน ไปได้ไม่ติดอะไรก็ "สมัคร" ไปเลยครับ ลุยโล่ด!!!

เป็นทหาร ได้อะไรมากกว่าที่คุณคิด

 

---------------------------------------

ข้อแนะนำ การลงโทษแบบทหาร อย่าเอาไปใช้ทำโทษเด็กนะครับ พลาดขึ้นมาจะเสียใจไปตลอดชีวิต เพราะเขาไว้ฝึกผู้ใหญ่ ไม่ใช่เด็กครับ

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ตอนผมเกณฑ์ทหาร ตอนนั้นเรียนอยู่ปี2คณะศิลปกรรม ผมยาวถึงหลัง เวลารอจับก็ต้องถอดเสื้อ ช่างเป็นภาพที่ประทับใจมากก จับคนที่ 2 ตำบลแรก มีแต่คนเชียร์ให้โดน กลัวก็กลัวจะโดนทหาร แต่อีกใจนึงก็ เอาวะ วัดใจแม่งเลย ฟ้าดินคงไม่อยากให้นักศึกษาที่เรียนอยู่ ไปเป็นทหารหรอกมั๊ง สุดท้ายได้ใบดำ

#1 By แมงกลิ้งขี้ on 2008-02-19 13:16

เห็นภาพเลยท่าน ขนาดผมไปอยู่หน่วยรบพิเศษแค่ 5 วันยังน้ำหนักลดลงไปหลายกิโลฯ
แล้วคนที่ได้เป็นทหารจริง ๆ จะขนาดไหน บทความนี้บอกได้เห็นภาพชัดเจนดีครับ open-mounthed smile Hot!
ดังคำที่ ท่านผู้นำแห่งเยอรมันนีกล่าวไว้เมื่อ 50 ปีก่อน
"พ่อแม่ให้กำเนิดท่านเป็นคน แต่ทหารนั้นทำให้ท่านเป็นพลเมืองที่สมบูรณ์ของชาติ"

#3 By Thanit A. on 2008-02-19 14:03

แดง แดง แดง เฮ!!!

#4 By Basty (58.8.72.43) on 2008-02-19 14:14

ผมเรียน รด. 3 ปีครับ
ทุกปีโรงเรียนจะปิดหนึ่งเดือนเต็มๆให้พวกเรียน รด.
ได้ โหด มันส์ ฮา กับทหารได้เต็มที่
อาจจะไม่เข้มข้นเท่าทหารเกณฑ์แท้ๆ แต่ก็สนุกครับ big smile

#5 By mastermune on 2008-02-19 15:33

/me ไม่สนใจ

#6 By NinkungZ on 2008-02-19 16:11

- -\

#7 By เพนจัง on 2008-02-19 17:25

โรงเรียนลูกผู้ชาย...

#8 By Cavalier on 2008-02-19 22:11

เมื่อก่อนผมโคตรขี้โรค วิ่งไม่ไกล หอบเร็ว

รด. 3 ปี ร่างกายแข็งแรงขึ้นจม . . .

#9 By G.man on 2008-02-20 03:47

นิเกะ View my profile

Recommend

Favourites