นิทานนี้เป็นของใคร ประเทศไหน น่ะครับ ?
posted on 11 Jan 2008 19:06 by nike in HottedPost, Othersหนูน้อยขายไม้ขีดไฟ
หนาวเหลือเกิน หิมะกำลังตก และราตรีกำลังคืบคลานเข้ามาถึง วันนี้เป็นวันสุดท้ายของปี วันส่งท้ายปีเก่าเพื่อต้อนรับปีใหม่ ในความหนาวเยียบเย็นและมืดมัวนั้น เด็กหญิงเล็ก ๆ ผู้ยากจนคนหนึ่งกำลังเดินเท้าเปล่าไปตามถนน อันที่จริงแม่หนูน่าจะยังใส่รองเท้าอยู่เมื่อตอนออกจากบ้านมา แต่มันก็ช่วยอะไรได้ไม่มากนัก เพราะเป็นรองเท้าคู่เบ้อเริ่มที่แม่ไม่ใช้มันอีกแล้ว มันเป็นรองเท้าคู่โตจริง ๆ นอกจากนั้นมันยังหลุดหวือไปเมื่อตอนที่แม่หนูวิ่งลนลานข้ามถนน ขณะที่มีเกวียนสองเล่มแล่นผ่านไปด้วยความเร็วสูง ข้างหนึ่งหายไปหาไม่พบ ส่วนอีกข้างเด็กชายคนหนึ่งคว้าเอาไปได้ แล้วก็ร้องบอกว่า เขาจะเอาไปทำคู่ให้ลูกของเขานอน
ด้วยเหตุนี้
แม่หนูน้อยจึงต้องเดินด้วยเท้าเปล่าที่แดงคล้ำช้ำไปเพราะความหนาวไปตามถนน
ในผ้ากันเปื้อนเก่าเขรอะของเธอมีไม้ขีดไฟพกไว้เต็ม
และในมือก็ยังถือไว้อีกกำใหญ่ ไม่มีใครซื้อไม้ขีดจากเธอเลยตลอดวัน
และไม่มีใครให้ท่านเธอเลยแม้แต่สตางค์แดงเดียว
หนูน้อยที่น่าสงสารเดินคอตกหนาวสั่นและหิวโหยน่าเวทนายิ่งนัก
เกล็ดหิมะเกาะกรังอยู่บนผมสีหมากสุกยาวสลวยประบ่าของเธอ แน่นอน
แม่หนูไม่ได้คิดอาลัยใยดีในสารรูปของตัวเองเลย
มีแสงสว่างสองออกมาจากหน้าต่างทุกบาน
และมีกลิ่นหอมหวนของห่านอบโชยกรุ่นออกมาสู่ถนน
วันนี้เป็นวันส่งท้ายปีเก่าเพื่อต้อนรับปีใหม่
หนูน้อยพร่ำรำพึงกับตัวเองตลอดเวลา
ตรงมุมเล็ก ๆ ระหว่างบ้านสองหลัง
ซึ่งหลังหนึ่งยื่นล้ำออกมาสู่ถนนมากกว่าอีกหลังหนึ่ง
หนูน้อยนั่งงอตัวอยู่ที่นั่น ขาเล็ก ๆ ทั้งคู่ขดคู้อยู่ใต้ร่าง แม้ว่า
แม่หนูจะรู้สึกหนาวขึ้นและหนาวขึ้นแต่ก็ไม่กล้ากลับไปบ้าน
เพราะขายไม้ขีดไฟไม่ได้ และขอทานก็ไม่ได้สักสตางค์แดงเดียว
พ่อของแม่หนูจะต้องตีแน่ ๆ ที่บ้านก็แสนที่จะหนาวเหมือนกัน
หลังคาที่คลุมอยู่เหนือศีรษะนี้แทบจะไม่มีเอาเสียเลย
ลมจึงพัดผ่านเข้าได้เต็มที่
ถึงแม้จะเอาผ้าขี้ริ้วกับฟางอุดรอยโหว่ไว้แล้ว
ลมก็ยังไม่วายที่จะเล็ดลอดเข้ามาจนได้ มือเล็ก ๆ
ทั้งสองของแม่หนูเย็นเฉียบชืดชาไปหมดด้วยความหนาวเหน็บ อา..ไม้ขีดไฟเล็ก ๆ
นี้อาจจะทำให้แม่หนูดีขึ้น
หากแม่หนูจะกล้าดึงมันออกจากมัดเพียงก้านเดียวเท่านั้น
แล้วขีดเข้ากับกำแพง
เพื่ออังนิ้วของตัวเองให้อุ่นขึ้นหนูน้อยดึงไม้ขีดออกมาหนึ่งก้าน “แชะ"”เกิด
ประกายวาบแล้วก็ลุกโพลงขึ้น มันเป็นเปลวอันแสนสดใสและอบอุ่น
คล้ายดวงเทียนเล่นเล็ก ๆหนูน้อยเอามือขึ้นป้องมันไว้
เป็นดวงประทีปที่แสนวิเศษ
หนูน้อยเคลิ้มไปว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่หน้าเตาผิงเหล็กที่มีประตูและลูกบิด
เป็นทองเหลืองขนาดใหญ่ไฟกำลังลุกโพลงและแสนจะอบอุ่น วิเศษ...
แม่หนูยื่นเท้าออกไปเพื่อจะอังให้มันอุ่นขึ้น แต่เปลวไฟก็ดับวูบลง
เตาผิงก็หายวับไป หนูน้อยนั่งถือก้านไม้ขีดไฟที่ไหม้แล้วค้างอยู่ในมือ
ไม้
ขีดไฟก้านใหม่ถูกจุดขึ้นอีก มันไหม้โพลงสว่างไสว
คราวนี้ผนังตึกซึ่งแสงสว่างฉายฉาบไปกระทบนั้นกลายเป็นโปร่งใสคล้ายเย่อไม้
อันบางเบา
หนูน้อยสามารถมองทะลุเข้าไปภายในห้องเห็นโต๊ะลาดปูด้วยผ้าขาวสะอาด
มีจานเคลือบเปราะบางวางอยู่
บนจานมีห่านย่างยัดไส้แอปเปิลและลุกพรุนเคล้ากรุ่นอยู่น่าเอร็ดอร่อย
วิเศษยิ่งไปกว่านั้น เจ้าห่านย่างกระโดดออกจากจานเดินเตาะแตะไปตามพื้น
มีดกับส้อมสำหรับตัดปักอยู่ติดหลัง
มันเดินตรงเข้ามาหาหนูน้อยผู้ยากไร้และแล้วไฟก็ดับวูบลงอีก
มองไม่เห็นอะไรอื่นเลยนอกจากผนังตึกที่ทึมทึบเท่านั้น
หนูน้อยจุดไม้
ขีดขึ้นอีก
คราวนี้เธอเห็นตัวของเธอเองนั่งอยู่ใต้ต้นคริสต์มาสต้นใหญ่กว่า และี่ตกแต่งสวยงามมากกว่าต้นที่เธอเคยมองผ่านกระจกเข้าไปเห็นที่บ้านพ่อค้าผู้มั่งคั่งในวันคริสต์มาสปีที่แล้วอย่างมากมายนัก
ดวงเทียนนับพันจุดสว่างไสวอยู่กับกิ่งอันเขียวขจี
ภาพพิมพ์สีสวยสดคล้ายที่เคยเห็นประดับประดาอยู่ตามตู้กระจกหน้าร้านกำลัง
มองมาดูเธอ หนูน้อยยื่นมือทั้งสองออกไปไขว่คว้าแต่แล้วไม้ขีดไฟก็ไหม้หมด
เทียนบนต้นคริสมาสต์ค่อย ๆ ลอยสูงขึ้น ๆ
จนแม่หนูเห็นว่ามันก็คือดวงดาวที่เปล่งแสงอยู่บนท้องฟ้านั่นเอง
ดาวดวงหนึ่งหล่นวูบเป็นทางยาวแดงเป็นไฟลงมาจากอุ้งฟ้า
“คน ๆ หนึ่งกำลังจะตาย”
หนูน้อยละเมอ คุณยายชราผู้เป็นที่รักของแม่หนูและเป็นผู้เดียวที่การุณเธอ
แต่ได้สิ้นชีวิตไปแล้วนั้น ได้เล่าให้ฟังว่า
เมื่อใดที่มีดาวตกเมื่อนั้นจะมีดวงวิญญาณลอยไปสู่สวรรค์
หนูน้อยขีดไม้ขีดกับกำแพงอีกก้านหนึ่งแสงสว่างส่องไปโดยรอบท่ามกลางแสง
เรืองรองนั่น คุณยายชราของเธอยืนอยู่ มองดูแสงผ่องแผ้วสดใส
และเปี่ยมล้นไปด้วยความเมตตาอารี
“คุณยายขา” หนูน้อยร้องคราง “โปรด
เอาหนูไปกับคุณยายเถิดค่ะ
หนูรู้ว่าคุณยายจะต้องหายไปพร้อมกับไม้ขีดไฟที่มอดไหม้ไปตามเตาผิงอันอบอุ่น
ห่านย่างที่น่าเอร็ดอร่อยและต้นคริสต์มาสที่ใหญ่โตน่าอัศจรรย์ต้นนั้น”
แล้วแม่หนูก็รีบตะลีตะลานจุดไม้ขีดไฟที่เหลืออยู่ในมัดขึ้นทั้งหมด
เพราะเธอต้องการให้คุณยายอยู่กับเธอ
ไม้ขีดไฟส่งประกายวูบวาบจนกลายเป็นแสงสว่างเจิดจ้ามากกว่าแสงแห่งกลางวัน
ไม่เคยเลยในชีวิตที่จะเห็นคุณยายทั้งสวยทั้งสูงเช่นนี้
คุณยายโอบอุ้มเอาเอาหลานน้อยเข้าไว้ในอ้อมแขน
แล้ว ...
ทั้งคู่ก็พากันล่องลอยสูงขึ้น สูงขึ้นไป สู่สถานที่ซึ่งไร้ความหนาวเย็น
ความหิวโหย และความหวาดกลัว ...ทั้งสองได้ไปสู่สุคติแล้ว
ในเช้าตรู่อันเยียบเย็นของวันรุ่งขึ้น
หนูน้อยนั่งคุดคู้ซุกอยู่ในระหว่างซอกบ้านสองหลัง แก้มยังเป็นสีชมพู
รอยยิ้มก็ยังแย้มอยู่บนริมฝีปาก
แต่หนูน้อยเย็นเป็นน้ำแข็งสิ้นใจตายเสียแล้ว
ในคืนสุดท้ายของปีเก่านั่นเอง แสดงอรุณแห่งปีใหม่ฉาบฉายมาต้องร่างกะจ้อยร่อยไร้ชีวิตซึ่งเอนอิงพิงอยู่ที่นั่น
ไม้ขีดไฟที่ใช้เกือบหมดแล้วทิ้งกลาดเกลื่อนอยู่โดยรอบ
ผู้คนพลันวิพากษ์วิจารณ์ว่าเด็กน้อยคงพยายามอังตัวให้อบอุ่น
แต่ไม่มีใครที่จะล่วงรู้ว่าหนูน้อยได้พบเห็นสิ่งที่สวยสดงดงามเพียงไร
และแสนปีติยินดีเพียงไรที่ได้ล่องลอยไปกับคุณยาย สู่ความสุขสงบแห่งปีใหม่ในภพหน้า
------------------------
ข้อมูลที่ทราบ......
The Little Match-Seller (1846)
โดย Hans Christian Andersen
“เพ็ญศักดิ์” แปล
นิเกะ - ถือวิสาสะปรับเปลี่ยนคำให้ถูกต้องเท่าที่พอจะพบ เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น
http://hca.gilead.org.il/li_match.html
อยากทราบ..
ของประเทศไหนครับ ?




เดนมาร์กครับ
#1 By sio หมีน้อยพรรคมาร on 2008-01-11 19:42