หลาย ๆ ท่านคงไม่ทราบว่าผมทำงานอะไรก่อนจะมาเป็นคนทำเพลงเกม...... (ใครจะอยากทราบกันล่ะ ?)

ไม่อยากรู้ก็จะเล่าเกริ่นเล็ก ๆ ก่อนจะเข้าเรื่องที่น่าจะช่วยเหลือให้คนหางาน ได้งานทำบ้าง ไม่มากก็น้อยล่ะครับ... ผมเคยทำงานเป็น ฝ่ายสรรหา ฝ่ายอบรม ฝ่ายฐานข้อมูล และฝ่ายดูแลระบบเงินเดือนของบริษัทที่มีพนักงานมากมาย....แต่ไม่มากล้นครับ เห็นหลายคนแถวนี้บ่น ๆ ว่าหางานทำยาก เลยมาเล่าให้ทราบเล็ก ๆ น้อยๆ ละกัน

--------------------------------------

คุณตกงานอยู่ใช่ไหม ? คุณกำลังหางานทำ ? คุณสมัครงานหลายที่แล้วแต่ัยังไม่ได้ ? ไม่อยากทำธุรกิจขายตรงด้วยสินะ ? อยากมั่นคงกับการทำงาน ? วันนี้ นิกิมิเดียขอเสนอวิธีการ สมัครงาน และแนวคิดการรับคนเข้าทำงาน ของบริษัททั่วไปให้ทราบครับ

ท่านทราบหรือไม่ว่าทำไมบริษัทถึงมีฝ่ายบุคคล ? หรือไม่มีแต่ต้องมีคนทำหน้าที่งานบุคคล ?....

ท่านทราบไหมว่าฝ่ายบุคคลนั้นมีหน้าที่อะไร ? รับสมัครงาน สัมภาษณ์งาน ทำเงินเดือน ดูแลสวัสดิการ งานด้านความปลอดภัยในการทำงาน ประสานงานระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ??? ช่างมัน... :P

วันนี้ผมจะมาไขกุญแจความลับสู่การ "สมัครงาน ให้มีเปอร์เซ็นต์ได้งานทำ..."

ก่อนอื่น คนหางาน จะต้องรู้อะไรบ้างเพื่อที่จะไปสมัครงาน ? แล้วเขาเอาอะไรมาวัดว่าท่านสมควรจะได้งานทำในบริษัทหรือองค์กรของเขา ?

ก่อนอื่นสำรวจดูตัวเราก่อนนะครับว่า "เราจะทำงานอะไรได้บ้าง"

- ท่านเรียนจบอะไร ?

ทราบไหมครับ ร้อยละ 60 ขององค์กรในไทย ยึดถือสิ่งที่ท่านเรียนจบมาเป็นเครื่องช่วยในการคัดพนักงานเข้าทำงาน....... และมีเพียง 40% ที่ไม่สนใจว่าท่านจบอะไรก็มาทำงานเถอะ ได้โปรด....... จริงหรือ ?

ท่านเชื่อไหมครับว่าถ้าท่านจบปริญญาตรี แล้วเอาวุฒินั่นไปสมัครงานเป็นเด็กล้างจาน เขาจะรับคุณเข้าทำงานทันทีในตำแหน่งเด็กล้างจาน....... และล้างจานไปจนกว่าจะถึงเวลาเปลี่ยนตำแหน่งการทำงาน....ลาออกเอง หรือหนีไป...เหมือนเด็กล้างจานคนอื่น ๆ? .....

ธุรกิจในไทยที่ถือหลักการ ถ้าไม่เริ่มที่นี่ก็ไม่ต้องมาทำก็คือ ธุรกิจขายอาหาร ครับ ตำแหน่งเด็กล้างจานหรือตำแหน่งครัว คือตำแหน่งที่ "เป็นที่ต้องการสูงสุด" ของเขา และเขาจะไม่สนใจว่าคุณจบอะไร เพราะเขาต้องการแค่เด็กมาล้างจานไปก่อน...... โอกาสไต่ตำแหน่งข้ามชั้น ไว้รอไปเถอะครับ..ก็ต้องแล้วแต่ระบบการปรับตำแหน่งนั่นแหละ.. ถ้าคุณไม่ได้สมัครที่ตำแหน่งสูงกว่านั้น ก็ทำไปได้เลย..........

แล้ววุฒิการศึกษาสำคัญแค่ไหน ? ทำไมมันถึงได้มีผลกับตำแหน่งงาน ทั้ง ๆ ที่บางตำแหน่ง ไม่ได้เกี่ยวกับความรู้ที่คุณจบมา แต่เขาก็ยินดีเสี่ยงให้คุณทำ (ซึ่งความเป็นไปได้นั้นต่ำมาก)

การเรียนจบสูง ๆ บอกได้ว่า "คุณจบมาด้วยความเข้มแข็งของจิตใจ" งานที่ต้องการแค่วุฒิปริญญา แต่ไม่สนใจว่าคุณจะจบสายไหนมา ก็เช่น ผู้จัดการร้านอาหาร , เซลขาย....ต่าง ๆ

นั่นหมายความว่า โอกาสได้งานจะลดลงเมื่อเราเลือกงาน แต่คนที่เลือกงาน ก็มีโอกาสได้ทำงานตามสายที่จบมา... จริง ๆ หรือ ? ก็แล้วแต่บุญจะพาไปครับ

บางคนมองว่า การศึกษานั้นไม่สำคัญ ก็อยากให้เข้าใจเพิ่มว่า อย่างน้อยมันก็ช่วยให้เด็กบ้านนอกที่พยายามเรียนสูง ๆ ได้ทำงานหารายได้ดี ๆ พอที่จะเลี้ยงพ่อแม่ "ถ้าเขามีความสามารถสูงตามวุฒิการศึกษาที่จบมาจริง ๆ".... นั่นหมายความว่า ถ้าเราเรียนไม่เก่ง ต่อให้จบปริญญาเอก โอกาสได้งานดี ๆ ทำก็ลดลงไปเยอะครับ... ดังนั้นจงเรียนให้เก่ง ๆ ขยันเข้าล่ะนะ....

- คุณเป็นคนแบบไหน ?

ข้อนี้สำคัญมากเช่นกันนะครับ คุณเป็นคนแบบไหนกัน ? เวลาคุณไปสมัครงาน คุณเคยทราบไหมว่าที่ ๆ คุณกำลังจะไปกรอกใบสมัครนั้น เขาอยู่กันแบบไหน เงียบงัน, สนุกสนาน , ฟุ้งซ่าน , งานท่วมหัว , บ้างาน , กลับดึก ฯลฯ คุณพร้อมที่จะไปทำงานด้วย "สันดาน"แบบนั้นหรือเปล่า ?

7 ใน 10 คน เคยคุยกับผมว่า เจ้านายของเขา ชอบพนักงานที่ทำงานหนัก ๆ หามรุ่งหามค่ำ... แต่มันหาได้รู้ไม่ว่าผมไปคุยกับหัวหน้าพวกมัน ทุกคนพูดเหมือนกัน "ถ้ามันทำงานกันให้มีประสิทธิภาพกว่านี้ มันจะกลับดึกทำไมล่ะ ? อยู่ ๆ กันนั่นก็เอาแต่คุยกัน นั่งกินโน่นกินนี่ เปลืองแอร์.." เวร.....

"หัวหน้าผมชอบเที่ยว ผมก็เลยเป็นที่ถูกใจของท่าน เพราะผมรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวเยอะ..." 1 ในปากคำของพนักงานบริษัทหนึ่ง......

แต่อย่าลืมนะครับ ก่อนจะได้ไปคุยกับหัวหน้างานที่จะตกลงรับคุณเข้าทำงานนั้นคุณต้องผ่าน...

ใช่แล้ว "ผ่านฝ่ายบุคคล" ก่อนไงล่ะครับ !!

ฝ่ายบุคคลจะดูตัวตนของคุณจากใบสมัครเป็นอันดับแรก โดยดูจากอะไร ?

........ ดูการกรอกใบสมัคร.. ใช้เวลาเท่าไหร่ในการกรอก... นี่แหละอันดับแรก แต่ถ้าคุณสมัครโดยการส่งจดหมาย เขาก็ข้ามไปครับ บางที่อาจโทรมาให้คุณกรอกใบสมัครให้ดูด้วยซ้ำไป เพราะต้องการดูว่า "คุณกรอกใบสมัครใช้เวลานานเท่าไหร่ ?" กรอกนานแล้วกรอกผิดมากน้อยแค่ไหน ? กรอกเร็วแต่ผิดเพียบ / กรอกช้าแต่ถูกต้อง หรือกรอกเร็วถูกต้องครบถ้วน ? โดยจะนำมาใช้ประกอบกับสิ่งที่คุณกรอกลงไปดังต่อไปนี้

1. ดูลายมือ - อ่านยากไม่ว่ากัน แต่คุณกรอกถูกต้องไหม คำนำหน้า นาย นางสาว วงผิดหรือเปล่า... แต่ยังไงก็คงรู้ใช่ไหมครับว่าลายมือแบบไหนที่เรียกว่าสุภาพ.... เคยเจอใบสมัครหลายใบที่เขียนด้วยลายมือแบบ... หนังสือวัยรุ่น ตัวกลม ๆ หัวโต ๆ "แบบถั่วงอก" มาสมัครตำแหน่งใหญ่ ๆ ตำแหน่งสำคัญด้วยล่ะ... ลงถังครับ ตามคำสั่ง..
"โปรดระวัง !!!! ช่องกรอกชื่่อ ดันมีช่องกรอกนามสกุล แยกไว้ด้วยนะครับ !!!" ใครกรอกผิดช่อง ให้ทำลายหลักฐานทิ้งแล้วหยิบใบใหม่มากรอกเลย ถ้าหากไม่มีใบสมัครวางทิ้งไว้ก็ตัวใครตัวมันล่ะ.....
2. ดูประวัติการทำงาน - ทำไมต้องใส่ละเอียดมาก ๆ ด้วย จำยาก..... ทำงานหลายที่นะ.... ท่านครับ... มาสมัครงาน รู้ทั้งรู้ว่าเขาต้องให้กรอกแน่ ๆ ก็ช่วยเตรียมมาด้วยสิครับ จดมาเลย ไม่ต้องอายตอนกรอกเขาไม่นั่งจ้องท่านหรอกครับ
3. ดูประวัติการศึกษา - เช่นเดียวกันครับ เตรียมมาด้วย...... อันนี้เตือนนิดนึงนะครับ "อนุบาลน่ะ ไม่ต้องกรอก" ละเอียดไป....... ส่วนใหญ่ดูตามลักษณะงานนะครับ ถ้างานระดับล่าง ก็เริ่มจากประถม - มัธยม ถ้าระดับสูง มัธยม - ปวช ปวส หรือ ป.ตรี ครับ... ถ้าสูงกว่านั้นก็ว่ากันไปตามเนื้อผ้า...
*จบสถาบันดี ๆ มีสิทธิได้งานมากกว่าไหม ?... บางที่ ไม่อยากได้คนจบที่ดี ๆ ก้มีนะครับ เขาดูตามลักษณะงานประกอบด้วย
4. ดูหลักฐานประกอบใบสมัคร.. รูปถ่าย ขาวดำ หรือสี ไม่มีผลนะครับ ขนาดด้วย แต่ถ้าทราบว่าเขาต้องการขนาดรูปเท่าไหร่จากใบประกาศรับสมัครงาน ก็เตรียมมาให้ถูกต้องนะครับ หลาย ๆ ที่ต้องการรูปใหญ่เพราะอยากเห็นหน้าคุณชัด ๆ......
*ข้อสังเกตุ - Cross Dress (สลับเพศ) จะได้งานยากกว่าคนที่แต่งตัวถูกต้องตามสถานะทางเพศที่แท้จริงนะครับ
เอกสารอื่น ๆ บัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน... ทำไมต้องมีทะเบียนบ้านด้วย ?... ผมเคยพบกรณีศึกษานะครับ... บัตรประชาชนเขียนชื่อนึง ทะเบียนบ้านใช้อีกชื่อนึง แถมอยู่คนละจังหวัดอีก... หน้าตาในบัตรก็ไม่ตรงกับรูปถ่ายในใบสมัครชนิดแบบ ไม่เหมือนกันเลย...... สวมรอยมาสมัครงานครับ.... มีจริง ๆสิ..... ปลอมเอกสารมาทำงาน....เสี่ยงนะ..
5. ดูเอกสารประกอบ - ใบรับรองการทำงาน.. ถ้าเคยทำงานที่อื่นมา ขอดูด้วยครับถ่ายสำเนาเตรียมมาให้ครบครัน เขาจะดูว่าคุณทำงานดี ? เปล่าครับ ใบนั้นเอาไว้ดูว่าคุณทำงานตำแหน่งอะไรมาก่อนและตรงตามที่เขียนในใบสมัครหรือเปล่า.. ถ้าตำแหน่งที่คุณสมัครต้องขับพาหนะ อย่าลืมสำเนาใบขับขี่ด้วยนะครับผู้ชายอย่าลืมใบผ่านทหารด้วยกันเหนี่ยว...

6. ดูเงินเดือนที่ต้องการ เรียกสูงมากแสดงว่าเก่งมาก... ระวังเก่งเกินกว่าจะรับเข้าทำงานนะครับ เรียกต่ำ ๆ จะได้งานง่าย... ระวังจะต่ำเกินกว่าความสามารถ ได้งานทำแล้วอย่ามาบ่นให้ได้ยินเลยว่าไม่พอ...... เอาให้เหมาะสมนะครับ บางคนบอก "เว้นไว้ ดีสุด" แล้วเขาจะทำช่องมาให้กรอกทำไมครับ ?.... กรอกซะ... ประเมินตัวเองแล้วกรอก ผมไม่บอกนะว่าต้องเรียกเงินเดือนเท่าไหร่ดี ไปถามรุ่นพี่ที่ทำงานแล้วของคุณดีกว่า.. ถ้าไม่มี... ไปถาม อาจารย์ก็ได้ แล้วลองถาม "พ่อ" ถาม "แม่" หรือญาติพี่น้องครับ ว่าแถว "บ้าน" คุณ เขาเรียกเงินเดือนกันเท่าไหร่.... แล้วพิจารณาก่อนจะออกไปสมัครงานนะครับ

นี่แค่ใบสมัครนะครับ.... เขียนให้เรียบร้อยและเอกสารครบครันก็แล้วกันนะครับ มาดูกันต่อ....

ด่านต่อมา การสัมภาษณ์งาน *

หลาย ๆ บริษัท นิยมเรียกคุณสัมภาษณ์หลายรอบ.... และหลาย ๆ บริษัทก็นิยมเรียกสัมภาษณ์รอบเดียว... ซึ่งขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนชี้เป็นชี้ตายว่าคุณจะได้เข้าทำงานหรือเปล่า.....

*การแต่งกาย..แต่งให้ดูดีครับ ชาย เสื้อเชิ้ตมีปกสีขาวหรือสีอ่อน ๆ ฟ้าอ่อน ครีมอ่อน กางเกงขายาวสีเข้ม สแล็กซ์ (หมายถึงสีดำ หรือน้ำเงินดำ น้ำตาลดำ อะไรแบบนี้นะครับ ไม่ใช่แดงเข้ม ส้มเข้ม เดี๋ยวควายขวิดน่อ) พวกยีนส์ อย่ามาครับ / หญิง คล้าย ๆ กัน (บางคนมีเสื้อสูทก็ใส่มาได้ครับดูเรียบร้อยดี) ใส่กระโปรงมาเลย บางคนไม่มีกระโปรง ก็กางเกงก็ได้แต่ขอให้เป็นชุดสาวออฟฟิศนะครับ แต่แนะนำให้เป็นกระโปรงจะดีกว่า แบบที่ใส่แล้วไม่โป๊ ไม่ลิเก เอาแบบสุภาพ (คงไม่ต้องอธิบายเรื่องสุภาพนะครับ)

- ทำข้อสอบ

หลาย ๆ แห่งจะเรียกผู้สมัครมาพร้อม ๆ กันเวลาเดียวกันแล้วจะให้คุณนั่งทำข้อสอบ..... จุดประสงค์ของการทำข้อสอบคือ 1. รอคิวสัมภาษณ์ต่อไป 2. เก็บค่าประสบการณ์ชีวิตของคุณ 3. ทดสอบปัญญาของคุณ.... ซึ่งข้อสอบจะมาแบบวัดไอคิว.... บางบริษัทอาจไม่มีให้ทำนะครับ แต่บริษัทใหญ่ ๆ คุณจะได้ทำข้อสอบแน่ ๆ ถ้าตำแหน่งที่คุณสมัครไปนั้น ต้องการคนเก่ง คนฉลาด... แนะนำให้ไปหาหนังสือวัดไอคิวมาเล่นดูนะครับ......

- สัมภาษณ์ตัวต่อตัว

หลาย ๆ ที่จะพยายามนัดคุณมาสัมภาษณ์ทีเดียวให้จบครับ (บางที่นัดหลายรอบนะ) มาดูกันว่า เขาสัมภาณ์กันทำไม

1. ดูว่าคุณเป็นคนแบบไหนกันแน่ ใช่แล้ว ใบสมัครมันสร้างหลักฐานเท็จได้ คุยกันนี่ชัวร์ ถ้าเอกสารคุณผ่าน แล้วตัวตนของคุณล่ะ ผ่านไหม คุยกันรู้เรื่องไหม ดูมีวิสัยทัศเหมาะกับงานไหม สันดานเหมาะกับฝ่ายที่จะไปทำหรือเปล่า มีความสามารถพอไหม ? เริ่มต้นเขาจะถามคุณคือ "แนะนำตัว" เพื่อให้คุณคลายความเครียดก่อน บางที่ไม่สนลุยเลยก็มีเช่น "แนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษหน่อย" ขอร้องนะครับ ประโยค "My name is.... I graduated from " เลี่ยงได้เลี่ยงเลยนะครับ หาประโยคใหม่ ๆ บ้างก็ได้ครับเช่น....โอเค เฮีย อี๊ส มายดีเทล ฯลฯ อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ มายเนม อี๊ส ก็แล้วกัน....

2. ดูว่าคุณเป็น "คน" หรือเปล่า.... คำถาม "ช่วงนี้ไม่ได้ทำงาน อยู่บ้านทำอะไรบ้างครับ" ตอบดี ๆ นะครับ.. คำถามนี้จะพบเฉพาะกับคนที่กำลังว่างงานนะครับ ถามเพื่ออยากรู้ว่า ปกติคุณชอบทำตัวแบบไหน.. ถ้าตอบ "ดูอะนิเมะครับ อ่านการ์ตูนครับ" ขอแนะนำให้เปลี่ยนเป็น "ช่วยงานบ้าน กับอ่านหนังสือ" จะดูดีขึ้นเยอะครับ
บางทีการตอบคำถามง่าย ๆ บางคำก็ชี้เป็นชี้ตายได้เช่น "ข้อดีของคุณคืออะไร และข้อเสียของคุณคืออะไร" บางคนตอบซะนามธรรม มีสิทธิตกงานนะครับ... บางคนตอบแค่ "ข้อดี ผมกินเก่งครับ ข้อเสีย ผมลงพุงเลยครับ" อาจได้งานทำซะงั้น เพราะมันตรงกับนิสัยของฝ่าย... คือสนุกสนาน.. ศึกษาวัฒนธรรมขององค์กรที่คุณจะไปทำก่อนนะครับ...

3. ดูว่าคุณเหมาะจะทำงานตามตำแหน่งที่สมัครหรือเปล่า..... มีหลายครั้งที่สมัครตำแหน่งหนึ่ง พอสัมภาษณ์แล้วโดนเปลี่ยนไปทำอีกตำแหน่งซะงั้น... เพราะอะไร ? ... ก็เหมาะกว่านี่นา... นั่นแหละครับ เหตุผล.. ลองคิดให้ดีก่อนตอบนะครับ หรือเตรียมไปเลยว่าจะเจอถามอะไรบ้าง เวลาคุยเรื่องงานจะได้ตอบง่าย ๆ "คุณทำอะไรได้บ้าง" "คุณเคยรับผิดชอบงานแบบไหนมา" ฯลฯ

* ไม่มีบริษัทไหนอยากฝึกงานคนใหม่ตั้งแต่หัดเดิน ดังนั้น เราก็ควรจะเดินให้เป็นก่อนจะไปสมัครงาน แล้วไปหัดวิ่งที่นั่นเลยครับ ไม่งั้นแย่แน่ *

4. สำหรับองค์กรที่เรียกสัมภาษณ์หลายรอบ ทำไมต้องหลายรอบ..... ? เขานิยมให้ฝ่ายบุคคล กลั่นกรองก่อนครับ ว่าเหมาะไหม จากนั้นค่อยส่งให้หัวหน้างานคุยอีกที เพราะหัวหน้างานยุ่ง... ยุ่งมาก... เวลาน้อย... ก็ทำใจไว้นะครับ เป็นเรื่องธรรมดา....

*ข้อควรจำ.. ควรใช้วิสัยทัศน์ว่า "เราเป็นลูกจ้าง" ไปสัมภาษณ์งานนะครับ อย่าหลงประเด็นนะครับ

อ่านมายาวเฟื้อยก็หวังว่าจะได้แนวคิดอะไรกับการสมัครงานนะครับ และ...

การสมัครงานครั้งต่อไปของคุณ น่าจะสดใสขึ้นมาบ้างซักนิดก็ยังดีล่ะ

 

 

 

เอ็นทรี่ที่เกี่ยวข้อง

****การทำงานอย่างมีแบบแผน

 

ตอบปัญหาจากคอมเม้นต์

ถาม - แล้วถ้าบริษัทต้องการเจ้าหน้าที่ใช้โปรแกรมคอมพ์เป็นและใช้ภาษาอังกฤษได้ดี (งานคือทำสติถิรายงานผู้ใหญ่ และเขียนผนงานภาษา eng.เสนอ และติดต่อprovider ต่างชาติ)มีผู้สมัคร 2 คน คนนึงจบคอมมา แต่สัมภาษณ์eng. ไม่ผ่าน กับอีกคน ภาษาผ่าน แต่ ใช้เป็นแค่เวิร์ก เอ็กเซล เพาเวอร์พ้อยท์ คำถามคือ แล้วจะเลือกใคร..

ตอบ - เป็นผมจะเลือกต่อไป...จนกว่าจะเจอคนที่มีคุณสมบัติครบตามต้องการ ถ้าหาไม่ได้จริง ๆ จะเข้าไปคุยกับหัวหน้าฝ่ายเพื่อปรับเสป็กกันอีกที.. เพราะ ใบสมัครย่อมมีให้เลือกครับ

--------------

ถาม -
A : แนะนะตัวเป็นภาษาอังกฤษซิ
B : ......
B : Oh!! Hey I'm บลาๆๆๆๆๆ Yoh!!.. บลาๆๆๆ Oh Yoh!! บลาๆๆๆ Yeah!!!
แบบนี้เค้าจะยันโครมมะนิเกะ

ตอบ - ไม่ยันโครมครับ แต่จะโดนกาหัวใบสมัคร.. แนะนำให้ตัดคำว่า Oh!! Hey, Yoh!! ออกก่อนพูดครับ **Yeah ..ตอนสัมภาษณ์เข้าบริษัทฝรั่งผมใช้นะ.. แต่ไม่ได้เน้นแบบพวกแร็บแค่นั้นเอง หลัง ๆ คุยนี่ Ye (ใช่) ... Ne ....(ไม่ใช่) ตอนพูดทำเสียงนิ่ง ๆ ได้ครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ถือว่าใช้เอาไปประยุกต์ได้เลยเฮะ.... ขุบคุณสำหรับทิปดีๆน่ะครับผมconfused smile
=_= ต้องจ้างนักสืบไปสืบบริษัทที่จะไปทำงานรึเปล่าฮะ

#2 By iMase on 2007-12-14 00:48

Hot! อีกหลายปีกว่าจะได้ทำงาน แต่ตอนไปสมัครงานพาร์ทไทม์ก็เจอคล้าย ๆ แบบนี้อ่ะครับ

#3 By renkung on 2007-12-14 00:52

แล้วถ้าบริษัทต้องการเจ้าหน้าที่ใช้โปรแกรมคอมพ์เป็นและใช้ภาษาอังกฤษได้ดี (งานคือทำสติถิรายงานผู้ใหญ่ และเขียนผนงานภาษา eng.เสนอ และติดต่อprovider ต่างชาติ)มีผู้สมัคร 2 คน คนนึงจบคอมมา แต่สัมภาษณ์eng. ไม่ผ่าน กับอีกคน ภาษาผ่าน แต่ ใช้เป็นแค่เวิร์ก เอ็กเซล เพาเวอร์พ้อยท์ คำถามคือ แล้วจะเลือกใครsad smile

#4 By sukullac on 2007-12-14 01:09

Hot! เอนทรี่นี้มีเนื้อหาที่ดีมากครับ เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังใกล้จะจบการศึกษาและผู้ที่กำลังหางานทำ หรือมองหางานใหม่ๆ สมกับที่เคยอยู่ฝ่ายบุคคลมาก่อน

#5 By -Press F5- on 2007-12-14 06:46

A : แนะนะตัวเป็นภาษาอังกฤษซิ
B : ......
B : Oh!! Hey I'm บลาๆๆๆๆๆ Yoh!!.. บลาๆๆๆ Oh Yoh!! บลาๆๆๆ Yeah!!!

แบบนี้เค้าจะยันโครมมะนิเกะ open-mounthed smile

#6 By joyka on 2007-12-14 08:38


ทำไปเหอะ.... ไม่ดี ก็ออก หาใหม่ งานเต็มบ้านเต็มเมือง ถ้าชอบก็อยู่ต่อไป
^ ^ น่าสนใจค่ะ เก็บไว้เป็นเทคนิคบ้าง เผื่อหางานที่ใหม่ question

#8 By G@TJ@N ^ ^ on 2007-12-14 09:55

โอ้ ดีมากๆ Hot! Hot! Hot!

#9 By closes on 2007-12-14 10:40

confused smile entry ดีมีประโยชน์เหมาะสำหรับคนกำลังหางานทำเป็นอย่างยิ่งค่ะ
เอาไปใช้กับนักศึกษาฝึกงานอย่างหนูๆได้ด้วย confused smile Hot!

#10 By หนูพุก on 2007-12-14 13:12

Hot! *-*b เยี่ยมไปเยย
Hot! 1 ลูกจากคนตกงาน (แต่ยังไม่ได้อ่านนะ)

#13 By NinkungZ on 2007-12-14 16:13

ตายล่ะ ผมกดผิดไปลบ คห 11 ไป ขออภัยครับ ผมกดผิดจริง ๆ ครับ

#14 By นิเกะ on 2007-12-14 18:47

แบบนี้ผมขอไปปลูกผักขายดีกว่าครับ

#15 By Limpet Drone on 2007-12-20 17:42

เนื้อหาเข้มข้นครับ ดีกว่าคู่มือสมัครงานที่ขายๆกันตามห้างร้านซะอีก

ขอโหวตให้หนึ่งจึ๊ก... Hot!

#16 By PentaX on 2007-12-20 20:51

นิเกะ View my profile

Creative Commons License
.


Recommend

free counters