คำเตือน - นี่เป็นความเห็นส่วนตัว ไม่เหมาะจะยึดถือมาเป็นแนวทางในการพูดคุยของตัวท่านเอง

ครั้งหนึ่ง ผมเคยเอารูปวาดเล่น ๆ ไปให้เพื่อนคนนึงดู ซึ่งก็เป็นเพียงการสนทนาสนุก ๆ ไม่ได้จริงจังอะไร

เพื่อน - ทำไมต้องเป็นลายเส้นแบบการ์ตูนญี่ปุ่นด้วยนะ ?
นิเกะ - มาต่อยกันเลยดีกว่าไหม ? ห่า.....
(คุยเล่น ๆ นะครับ ไม่ได้จริงจังกันในวง)

และก็มีโอกาสได้คุยกับ ดาร์ทซีเดี๊ยส ในกรณีคล้าย ๆ กัน..
ซีเดี๊ยส - เดี๋ยวนี้ถ้าจะครองเมืองไทยต้องใช้ลายเส้นญี่ปุ่นใช่ไหมท่าน ?
นิเกะ - อะไรของแกวะ ไปล้างสตาร์เดสทรอยเยอร์ซะ !
(อันนี้ใส่สีให้มันดูไม่รู้ว่าคุยกับใคร)

กับอีกท่านที่ชอบวิ่งไปมาแถวซินบัปเว่
กุนต๊าก - เราชอบแนวซุเปอร์ฮีโร่แบบอเมริกันชน ทำไมมีแต่ลายเส้นไอ้ยุ่น ?
นิเกะ - ตกลงแกตื่นอยู่หรือว่าหลับอยู่วะ...

ยกตัวอย่างแค่ 3 ท่านที่เคยคุยกับผมล่ะนะครับ จะเห็นได้ว่า เขาพยายามจะลดกลุ่มของ "ลายเส้น" ให้เหลือเพียง 2 กลุ่มคือ ฝรั่ง กับญี่ปุ่น ครับ นั่นคงเป็นแนวคิดของคนทั่วไปล่ะครับ

แต่สำหรับผม ผมมองไปอีกแนวทางหนึ่งซึ่งมัน "ถูกของผมคนเดียว" ครับ

ช่วงวิวัฒนาการรอบนี้เป็นเพียงหนึ่งในกระบวนการสำหรับการเรียกชื่อกระมัง แต่ที่ผมเคยสังเกตุดูมาตั้งแต่เด็ก ปรัเทศที่มี "การ์ตูน" เป็นของตัวเองนั้น พยายามจะไม่ยอมลอกลายเส้นจากประเทศอื่น ๆ ในงานของตัวเองซักเท่าไหร่นะครับ เท่าที่เคยจำได้หลายสิบปีก่อน หนังสือการ์ตูนไทยเล่มละ 1 บาท (ขนาดจำนวนหน้า 1 ยก เหมือนพวกหนังสือทำมือของญี่ปุ่น) มีลายเส้นเป็นของตัวเองหลายเรื่อง และมีลายเส้นที่ดูเป็น "สากล" อยู่บ้างประปราย

ลายเส้นสากล ? ผมว่ามันเป็นลายเส้นที่ได้รับอิทธิพลมาจากลายเส้นของทางยุโรปมากกว่ามั้ง.. ส่วนลายเส้นคนไทยแท้ ๆ ก็ยังอยู่มาเรื่อย ๆ จนถึงช่วงการ์ตูนญี่ปุ่นตีแตกด้วยเรื่อง โดราเอม่อน... ช่วงนั้น ลายเส้นง่าย ๆ ก็ดูจะมีความสำคัญขึ้นมาเพราะหนังสือการ์ตูนอย่างขายหัวเราะ มหาสนุก ที่เคยมีลายเส้นเป็นเอกเทศ เริ่มมีนักเขียนหน้าใหม่ไฟแรงนำเอาการแสดงสีหน้าท่าทางแบบญี่ปุ่นเข้ามาคือคุณ "ต่าย" และคุณ "นิพนธ์ นิค" ที่ประสานลักษณะดังกล่าวเข้ากับลายเส้นตัวเองจนเป็นแนวทางการทำงานของรุ่นน้อง ๆ ที่มีชื่อเสียงตามมามากมาย

(พูดเหมือนเกจิวงการเลยนะ ไม่ใช่ละ เข้าประเด็นเถอะ เดี๋ยวคนมันหาว่ารู้ไม่จริงแล้วพล่ามไปเรื่อยเปื่อย)

ผมมองว่า ยุคปัจจุบัน ไม่ใช่ยุคลายเส้นญี่ปุ่นครองตลาดเมืองไทยนะครับ เพราะพวกฝรั่งก็เริ่มสนใจลายเส้นแบบนี้ และลายเส้นแบบนี้ก็ไม่ได้มีแบบเดียว และไม่ได้มีแค่ญี่ปุ่นที่เขียนการ์ตูนหรือทำเกม ทุกประเทศมีการ์ตูนของเขาเอง และเรื่องลายเส้นมันเป็นเพียงแนวทางการสร้างงานเท่านั้น

อยากให้แบ่งใหม่นะครับ แนวทางการเขียนลายเส้น ไม่ใช่แบบญี่ปุ่น หรือฝรั่งอย่างที่คิดหรอก..

มันคือ ลายเส้นของ "แต่ละตัวบุคคล" ตะหาก.....

ยอมรับเสียเถอะ... การ์ตูนญี่ปุ่น ลายเส้นดูง่าย และมีหลักการณ์ ลายเส้นของไทย ก็เรียบร้อยสบายตา ลายเส้นฝรั่ง แข็ง ๆ แต่มีคนยกว่า "สากล" แต่มันเกิดจากการสร้างของคนแต่ละคนนะครับ

ไม่มีหรอกครับคำว่า "สากล" สำหรับงานสร้างสรรค์

มีแต่ แนวทางให้ยึดเพื่อทำงานลุล่วง

เลือกเอาว่าจะ ลอกฝรั่งตาน้ำข้าว หรือจะลอกคนเอเชียด้วยกัน หรือ...จะเอามาปนกันให้เละเทะ..

ก็ไม่มีคำว่าผิดหรอกครับ จนกว่า....


จะมีคนด่า......ใช่แล้ว....

ผิดของมึง แต่ถูกของกู ดูแล้วก็เงียบ ๆ ไว้บ้างก็ได้ไอ้ความเห็นที่ไม่ได้นึกถึงจิตใจคนทำน่ะ

รู้มากเหลือเกินนะ... ไม่ลองทำดูบ้างล่ะ... ไอ้หลานชาย......

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

มันเป็นอิทธิพลต่างหากนะ....
ถ้าในอดีตหลายคนจะจำได้ว่า การ์ตูนเล่มละ 1 บาทมันก็ลายเส้นอเมริกาชัดๆ
ในขณะที่หลายๆคนดั้นบอกว่านั้นน่ะลายเส้นไทย....
ปาดโธ่....
ไอ้ลายเส้นไทยน่ะมันต้องแนวรามเกียรติ์ ไม่ก็แนวของครูเหม เวชกร...

และถ้าเอามาหาข้อมูลกัน
ก็จะต้องมีออกมาแน่ๆว่า
ไอ้รามเกียรติ์ หรือ ของครูเหม มันออกแนวภารต้ะ ภารตะ....

ซึ่งถ้าพูดกันไปมา มันก็จะสรุปว่า ไอ้ลายเส้นน่ะเป็นเรื่องของนักเขียนที่ได้รับอิทธิพลมาจากประสบการณ์ต่างหาก...

#1 By Villetta on 2007-10-08 15:21

ใครคิดก่อนคนนั้นก็เป็นผู้นำหล่ะครับ
ซึ่งทั้งนิเกะและเจ๊จอยต่างก็กล่าวถูกต้องตรงที่ว่า
"ลายเส้นของคน ๆ นั้น ก็มาจากประสบการณ์ของคน ๆ นั้น"
อันนี้ผมเห็นด้วย เรื่องนี้ถ้าถกกันก็จะถกกันไม่จบไม่สิ้น
เพราะบางคนจะยกเอาทิฐิส่วนบุคคลมาเป็นพื้น
...
แล้วก็
ตอนนี้ญี่ปุ่นจะดัน "มังหงะ" ให้เป็นศัพท์สากลแล้ว (รัฐบาลออกโรงเองเลย)
หมายความว่าเขากำลังจะดันวัฒนธรรม ลายเส้นตัวเอง
ให้เป็นของ "โลก" แทนที่จะเป็นของ "ญี่ปุ่น" แต่เพียงอย่า่งเดียว
...
เพราะฉะนั้นจะเถียงกันไปก็ไม่สำคัญ
เพราะคนวาดคือคนไทย นั่นก็คือการ์ตูนไทย
คนวาดคือคนญี่ปุ่น นั่นก็คือการ์ูตูนญี่ปุ่น
ทั้งหมดมันควบรวมจากวัฒนธรรม การสั่งสอน
พื้นเพ ขนบธรรมเนียม มันจะปรากฏอยู่ในนั้นเอง
...
เอิ่ม ยกเว้นการ์ตูนไทยแต่เปิดอ่านจากขวาไปซ้ายนะ
อันนี้เขาเรียกว่า "โดนกลืนกินทางวัฒนธรรม"
ขอไม่นับก็แล้วกันครับ
เรื่องนี้เราก็เคยคุยกับเพื่อนกันนะว่า เขาเอาอะไรมาวัดว่า ลายเส้นไทย ฝรั่ง ญี่ปุ่น แล้วลายเส้นไทยจริงแล้วมันเป็นยังไง มันก็ลอกฝรั่งมานั่นแหละ แล้วพอวาดแนวทางแบบของญี่ปุ่นก็โดนว่าสาดเสียเทเสีย พอวาดแบบทางฝรั่งก็ชมว่าดูอินเตอร์<<?????

เรื่องนี่มันเป็นความชอบส่วนตัวมากกว่า
งานศิลปะไม่ใช่เรื่องที่จะมาบอกได้ว่าวาดแบบนั้นดีกว่าวาดแบบนี้ มันวัดกันไม่ได้ มันเป็นสไตล์การวาดของแต่ละคน
เดี๋ยวนี้เห็นการ์ตูนnetworkวาดออกมาเป็นสไตล์ญี่ปุ่นเขาเยอะแยะ

ทำไมคนเกาหลีเขาไม่เห็นจะมีปัญหาเรื่องนี้ ประเทศเขายังเจริญได้เลย

อย่ายึดติดกันไปมากเลย

#3 By D.K. on 2007-10-08 17:31

เรื่องนี้ถ้าพูดแล้วยาวครับ ไอ้กระผมก็เคยติดอยู่ในห้วงความคิดว่าการ์ตูนไทยเป็นไง
แต่เคยอ่านบทความในหนังสืออะไรสักเล่มนี้ล่ะครับ(จำชื่อไม่ได้นานจัด) เกี่ยวกับการ์ตูนไทย มีประโยคที่พูดโดย ตามอ.ปยุต เงากระจ่าง ผู้สร้างภาพยนต์อนิเมชั่นเรื่อง สุดสาคร ท่านบอกไว้ว่า "การ์ตูนไม่มีเชื้อชาติ วาดยังไงก็ยังเป็นการ์ตูน" ไปตีความกันเอาเองนะครับ

สำหรับผมขี้เกียจเถียงเรื่องลายเส้นว่าเหมือนญี่ปุ่น เพราะผมคิดว่าแค่มีลายเส้นที่มีลักษณะของตัวเองแล้ว ผมก็พอใจล่ะ

#4 By nikki009 on 2007-10-08 18:03

คำเรียกนะ ต่อไปอาจพยายามฝึกให้เหมือนดาวินชี่ดีกว่า เท่ดี

#5 By โหมด on 2007-10-08 21:43

ถ้าคนอ่านสามารถแยกได้ว่าลายเส้นไหนของเรา..นั่นแหละคือการ์ตูนเรา ไม่ใช่ การ์ตูนเขา...

#6 By ไอ้แป้น : i-phan on 2007-10-09 01:32

อุอุ ดู คนวาด รูปคุย กัน คนเสพ ขออ่านละกันนะงวดนี้

#7 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2007-10-09 22:26

รู้สึกเหมือนสถานะการณ์คล้ายๆกัน =w='
วันหนึ่ง ณ งานร.ร.
...............................
เด็กหญิง[ i ]Rinต้องโชว์งานแฟลชเพื่อนพรีเซ้นการ์ตูน"คุณะรรมการประหยัด"
เจ้าหน้าที่จากกระทรวง:ทำไมต้องเป็นการ์ตูนลายเส้นญี่ปุ่นล่ะคะ..มันน่าจะดีกว่านะถ้าเอาพวกหัวจุกฯลฯ ดูเป็นไทยดีออก
[ i ]Rin:เอ่อ..ค่ะๆsad smile(ร.ร.จะซวยเพราะตูป่าวเนี่ย)
เจ้าหน้าที่คนเดิม:เนื้อเรื่องก็ดีน่ะนะ..แต่ยังไงก็ควร อนุรักษ์ภาษาดีๆด้วยล่ะ อย่าให้้วิบัติขึ้นมา
[ i ]Rin:เอ่อ..ค่ะๆ sad smile(เอาไงฟะ..เคลียร์กันมั้ย..ทำเองป่ะล่ะ)
....................
sad smile จากที่เล่ามานี่ก็ ไม่ได้ทำให้หมดกำลังใจหรอกนะคะ
คือว่าชอบยังไงก็ทำอย่างนั้นเถอะค่ะ
.....................
ไอจะเล่าเพื่อ?sad smile

#8 By ☆[ i ]Rin☆ on 2007-10-12 19:37

นิเกะ View my profile

Recommend