วัฒนธรรมลายเส้นการ์ตูนในทัศนคติของข้าพเจ้า
posted on 08 Oct 2007 15:05 by nike in Others
คำเตือน - นี่เป็นความเห็นส่วนตัว ไม่เหมาะจะยึดถือมาเป็นแนวทางในการพูดคุยของตัวท่านเอง
ครั้งหนึ่ง ผมเคยเอารูปวาดเล่น ๆ ไปให้เพื่อนคนนึงดู ซึ่งก็เป็นเพียงการสนทนาสนุก ๆ ไม่ได้จริงจังอะไร
เพื่อน - ทำไมต้องเป็นลายเส้นแบบการ์ตูนญี่ปุ่นด้วยนะ ?
นิเกะ - มาต่อยกันเลยดีกว่าไหม ? ห่า.....
(คุยเล่น ๆ นะครับ ไม่ได้จริงจังกันในวง)
และก็มีโอกาสได้คุยกับ ดาร์ทซีเดี๊ยส ในกรณีคล้าย ๆ กัน..
ซีเดี๊ยส - เดี๋ยวนี้ถ้าจะครองเมืองไทยต้องใช้ลายเส้นญี่ปุ่นใช่ไหมท่าน ?
นิเกะ - อะไรของแกวะ ไปล้างสตาร์เดสทรอยเยอร์ซะ !
(อันนี้ใส่สีให้มันดูไม่รู้ว่าคุยกับใคร)
กับอีกท่านที่ชอบวิ่งไปมาแถวซินบัปเว่
กุนต๊าก - เราชอบแนวซุเปอร์ฮีโร่แบบอเมริกันชน ทำไมมีแต่ลายเส้นไอ้ยุ่น ?
นิเกะ - ตกลงแกตื่นอยู่หรือว่าหลับอยู่วะ...
ยกตัวอย่างแค่ 3 ท่านที่เคยคุยกับผมล่ะนะครับ จะเห็นได้ว่า เขาพยายามจะลดกลุ่มของ "ลายเส้น" ให้เหลือเพียง 2 กลุ่มคือ ฝรั่ง กับญี่ปุ่น ครับ นั่นคงเป็นแนวคิดของคนทั่วไปล่ะครับ
แต่สำหรับผม ผมมองไปอีกแนวทางหนึ่งซึ่งมัน "ถูกของผมคนเดียว" ครับ
ช่วงวิวัฒนาการรอบนี้เป็นเพียงหนึ่งในกระบวนการสำหรับการเรียกชื่อกระมัง แต่ที่ผมเคยสังเกตุดูมาตั้งแต่เด็ก ปรัเทศที่มี "การ์ตูน" เป็นของตัวเองนั้น พยายามจะไม่ยอมลอกลายเส้นจากประเทศอื่น ๆ ในงานของตัวเองซักเท่าไหร่นะครับ เท่าที่เคยจำได้หลายสิบปีก่อน หนังสือการ์ตูนไทยเล่มละ 1 บาท (ขนาดจำนวนหน้า 1 ยก เหมือนพวกหนังสือทำมือของญี่ปุ่น) มีลายเส้นเป็นของตัวเองหลายเรื่อง และมีลายเส้นที่ดูเป็น "สากล" อยู่บ้างประปราย
ลายเส้นสากล ? ผมว่ามันเป็นลายเส้นที่ได้รับอิทธิพลมาจากลายเส้นของทางยุโรปมากกว่ามั้ง.. ส่วนลายเส้นคนไทยแท้ ๆ ก็ยังอยู่มาเรื่อย ๆ จนถึงช่วงการ์ตูนญี่ปุ่นตีแตกด้วยเรื่อง โดราเอม่อน... ช่วงนั้น ลายเส้นง่าย ๆ ก็ดูจะมีความสำคัญขึ้นมาเพราะหนังสือการ์ตูนอย่างขายหัวเราะ มหาสนุก ที่เคยมีลายเส้นเป็นเอกเทศ เริ่มมีนักเขียนหน้าใหม่ไฟแรงนำเอาการแสดงสีหน้าท่าทางแบบญี่ปุ่นเข้ามาคือคุณ "ต่าย" และคุณ "นิพนธ์ นิค" ที่ประสานลักษณะดังกล่าวเข้ากับลายเส้นตัวเองจนเป็นแนวทางการทำงานของรุ่นน้อง ๆ ที่มีชื่อเสียงตามมามากมาย
(พูดเหมือนเกจิวงการเลยนะ ไม่ใช่ละ เข้าประเด็นเถอะ เดี๋ยวคนมันหาว่ารู้ไม่จริงแล้วพล่ามไปเรื่อยเปื่อย)
ผมมองว่า ยุคปัจจุบัน ไม่ใช่ยุคลายเส้นญี่ปุ่นครองตลาดเมืองไทยนะครับ เพราะพวกฝรั่งก็เริ่มสนใจลายเส้นแบบนี้ และลายเส้นแบบนี้ก็ไม่ได้มีแบบเดียว และไม่ได้มีแค่ญี่ปุ่นที่เขียนการ์ตูนหรือทำเกม ทุกประเทศมีการ์ตูนของเขาเอง และเรื่องลายเส้นมันเป็นเพียงแนวทางการสร้างงานเท่านั้น
อยากให้แบ่งใหม่นะครับ แนวทางการเขียนลายเส้น ไม่ใช่แบบญี่ปุ่น หรือฝรั่งอย่างที่คิดหรอก..
มันคือ ลายเส้นของ "แต่ละตัวบุคคล" ตะหาก.....
ยอมรับเสียเถอะ... การ์ตูนญี่ปุ่น ลายเส้นดูง่าย และมีหลักการณ์ ลายเส้นของไทย ก็เรียบร้อยสบายตา ลายเส้นฝรั่ง แข็ง ๆ แต่มีคนยกว่า "สากล" แต่มันเกิดจากการสร้างของคนแต่ละคนนะครับ
ไม่มีหรอกครับคำว่า "สากล" สำหรับงานสร้างสรรค์
มีแต่ แนวทางให้ยึดเพื่อทำงานลุล่วง
เลือกเอาว่าจะ ลอกฝรั่งตาน้ำข้าว หรือจะลอกคนเอเชียด้วยกัน หรือ...จะเอามาปนกันให้เละเทะ..
ก็ไม่มีคำว่าผิดหรอกครับ จนกว่า....
จะมีคนด่า......ใช่แล้ว....
ผิดของมึง แต่ถูกของกู ดูแล้วก็เงียบ ๆ ไว้บ้างก็ได้ไอ้ความเห็นที่ไม่ได้นึกถึงจิตใจคนทำน่ะ
รู้มากเหลือเกินนะ... ไม่ลองทำดูบ้างล่ะ... ไอ้หลานชาย......
ครั้งหนึ่ง ผมเคยเอารูปวาดเล่น ๆ ไปให้เพื่อนคนนึงดู ซึ่งก็เป็นเพียงการสนทนาสนุก ๆ ไม่ได้จริงจังอะไร
เพื่อน - ทำไมต้องเป็นลายเส้นแบบการ์ตูนญี่ปุ่นด้วยนะ ?
นิเกะ - มาต่อยกันเลยดีกว่าไหม ? ห่า.....
(คุยเล่น ๆ นะครับ ไม่ได้จริงจังกันในวง)
และก็มีโอกาสได้คุยกับ ดาร์ทซีเดี๊ยส ในกรณีคล้าย ๆ กัน..
ซีเดี๊ยส - เดี๋ยวนี้ถ้าจะครองเมืองไทยต้องใช้ลายเส้นญี่ปุ่นใช่ไหมท่าน ?
นิเกะ - อะไรของแกวะ ไปล้างสตาร์เดสทรอยเยอร์ซะ !
(อันนี้ใส่สีให้มันดูไม่รู้ว่าคุยกับใคร)
กับอีกท่านที่ชอบวิ่งไปมาแถวซินบัปเว่
กุนต๊าก - เราชอบแนวซุเปอร์ฮีโร่แบบอเมริกันชน ทำไมมีแต่ลายเส้นไอ้ยุ่น ?
นิเกะ - ตกลงแกตื่นอยู่หรือว่าหลับอยู่วะ...
ยกตัวอย่างแค่ 3 ท่านที่เคยคุยกับผมล่ะนะครับ จะเห็นได้ว่า เขาพยายามจะลดกลุ่มของ "ลายเส้น" ให้เหลือเพียง 2 กลุ่มคือ ฝรั่ง กับญี่ปุ่น ครับ นั่นคงเป็นแนวคิดของคนทั่วไปล่ะครับ
แต่สำหรับผม ผมมองไปอีกแนวทางหนึ่งซึ่งมัน "ถูกของผมคนเดียว" ครับ
ช่วงวิวัฒนาการรอบนี้เป็นเพียงหนึ่งในกระบวนการสำหรับการเรียกชื่อกระมัง แต่ที่ผมเคยสังเกตุดูมาตั้งแต่เด็ก ปรัเทศที่มี "การ์ตูน" เป็นของตัวเองนั้น พยายามจะไม่ยอมลอกลายเส้นจากประเทศอื่น ๆ ในงานของตัวเองซักเท่าไหร่นะครับ เท่าที่เคยจำได้หลายสิบปีก่อน หนังสือการ์ตูนไทยเล่มละ 1 บาท (ขนาดจำนวนหน้า 1 ยก เหมือนพวกหนังสือทำมือของญี่ปุ่น) มีลายเส้นเป็นของตัวเองหลายเรื่อง และมีลายเส้นที่ดูเป็น "สากล" อยู่บ้างประปราย
ลายเส้นสากล ? ผมว่ามันเป็นลายเส้นที่ได้รับอิทธิพลมาจากลายเส้นของทางยุโรปมากกว่ามั้ง.. ส่วนลายเส้นคนไทยแท้ ๆ ก็ยังอยู่มาเรื่อย ๆ จนถึงช่วงการ์ตูนญี่ปุ่นตีแตกด้วยเรื่อง โดราเอม่อน... ช่วงนั้น ลายเส้นง่าย ๆ ก็ดูจะมีความสำคัญขึ้นมาเพราะหนังสือการ์ตูนอย่างขายหัวเราะ มหาสนุก ที่เคยมีลายเส้นเป็นเอกเทศ เริ่มมีนักเขียนหน้าใหม่ไฟแรงนำเอาการแสดงสีหน้าท่าทางแบบญี่ปุ่นเข้ามาคือคุณ "ต่าย" และคุณ "นิพนธ์ นิค" ที่ประสานลักษณะดังกล่าวเข้ากับลายเส้นตัวเองจนเป็นแนวทางการทำงานของรุ่นน้อง ๆ ที่มีชื่อเสียงตามมามากมาย
(พูดเหมือนเกจิวงการเลยนะ ไม่ใช่ละ เข้าประเด็นเถอะ เดี๋ยวคนมันหาว่ารู้ไม่จริงแล้วพล่ามไปเรื่อยเปื่อย)
ผมมองว่า ยุคปัจจุบัน ไม่ใช่ยุคลายเส้นญี่ปุ่นครองตลาดเมืองไทยนะครับ เพราะพวกฝรั่งก็เริ่มสนใจลายเส้นแบบนี้ และลายเส้นแบบนี้ก็ไม่ได้มีแบบเดียว และไม่ได้มีแค่ญี่ปุ่นที่เขียนการ์ตูนหรือทำเกม ทุกประเทศมีการ์ตูนของเขาเอง และเรื่องลายเส้นมันเป็นเพียงแนวทางการสร้างงานเท่านั้น
อยากให้แบ่งใหม่นะครับ แนวทางการเขียนลายเส้น ไม่ใช่แบบญี่ปุ่น หรือฝรั่งอย่างที่คิดหรอก..
มันคือ ลายเส้นของ "แต่ละตัวบุคคล" ตะหาก.....
ยอมรับเสียเถอะ... การ์ตูนญี่ปุ่น ลายเส้นดูง่าย และมีหลักการณ์ ลายเส้นของไทย ก็เรียบร้อยสบายตา ลายเส้นฝรั่ง แข็ง ๆ แต่มีคนยกว่า "สากล" แต่มันเกิดจากการสร้างของคนแต่ละคนนะครับ
ไม่มีหรอกครับคำว่า "สากล" สำหรับงานสร้างสรรค์
มีแต่ แนวทางให้ยึดเพื่อทำงานลุล่วง
เลือกเอาว่าจะ ลอกฝรั่งตาน้ำข้าว หรือจะลอกคนเอเชียด้วยกัน หรือ...จะเอามาปนกันให้เละเทะ..
ก็ไม่มีคำว่าผิดหรอกครับ จนกว่า....
จะมีคนด่า......ใช่แล้ว....
ผิดของมึง แต่ถูกของกู ดูแล้วก็เงียบ ๆ ไว้บ้างก็ได้ไอ้ความเห็นที่ไม่ได้นึกถึงจิตใจคนทำน่ะ
รู้มากเหลือเกินนะ... ไม่ลองทำดูบ้างล่ะ... ไอ้หลานชาย......
Tags: commention, dark, mind, my8 Comments
(ร.ร.จะซวยเพราะตูป่าวเนี่ย)




ถ้าในอดีตหลายคนจะจำได้ว่า การ์ตูนเล่มละ 1 บาทมันก็ลายเส้นอเมริกาชัดๆ
ในขณะที่หลายๆคนดั้นบอกว่านั้นน่ะลายเส้นไทย....
ปาดโธ่....
ไอ้ลายเส้นไทยน่ะมันต้องแนวรามเกียรติ์ ไม่ก็แนวของครูเหม เวชกร...
และถ้าเอามาหาข้อมูลกัน
ก็จะต้องมีออกมาแน่ๆว่า
ไอ้รามเกียรติ์ หรือ ของครูเหม มันออกแนวภารต้ะ ภารตะ....
ซึ่งถ้าพูดกันไปมา มันก็จะสรุปว่า ไอ้ลายเส้นน่ะเป็นเรื่องของนักเขียนที่ได้รับอิทธิพลมาจากประสบการณ์ต่างหาก...
#1 By Villetta on 2007-10-08 15:21